school in school 3
ยินดีต้อนรับสู่... school in school3 web board ครับ

รักแห่งสยาม 2

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

รักแห่งสยาม 2

ตั้งหัวข้อ  ปาย on Sat Jul 17, 2010 12:20 pm

แข็งใจอ่านกันนะ สำหรับ Admin ว่า คุ้มครับ พบเป้าหมาย เปลี่ยนมุมมองได้เรยที่เดียวนะ

ขอบคุณคนแต่งหลายๆ แล้วก็ดูหนังภาคหนึ่งก่อนจะดีมาก ฮุฮุ






รักแห่งสยามภาค2

หลังจากงานวันคริสมาสต์โต้งและมิวต่างก็แยกย้ายกันไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง
- โต้งหันมาให้ความสำคัญและความสนใจกับครอบครัวของเขามากขึ้น กรค่อยๆ เลิกกินเหล้า กินยาจนอาการดีขึ้นมาก และได้ช่วยทำงานบ้านแทนสุนีย์ที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน โต้งไปเรียนตามปกติตกเย็นก็เรียนพิเศษหลังจากนั้นก็จะกลับบ้านทันทีเพื่อไปช่วยเหลืองานบ้านและนั่งสนทนากันภายในครอบครัว ความรักความอบอุ่นค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในครอบครัวนี้อีกครั้งจนบ้านเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น และกรก็ยอมรับได้แล้วว่าขณะนี้ในบ้านเหลือเพียงสามคนเท่านั้น
- มิวหลังจากงานคอนเสิร์ตมิวเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นพร้อมๆกับวงออกัส มีค่ายเพลงยักษ์ใหญ่เข้ามาทาบทามติดต่อโดยยงคงให้วงออกัสทำงานเพลงเองในสไตล์ของตัวเองแต่ทางค่ายจะรับหน้าที่วางงาน โปรโมทและจัดการเรื่องต่างๆ ที่นอกเหนือจากเรื่องดนตรีให้ วงออกัสมีแน้วโน้มในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกับจิตใจของมิว หลังผ่านเหตุการณ์ที่โต้งมอบของขวัญให้มามิวกลายเป็นคนเงียบกว่าเดิมจนทำให้เพื่อนๆในวงเป็นห่วงมาก เอ็กซ์มักจะคอยอยู่เป็นเพื่อนมิวตลอดเวลา ไปค้างที่บ้านบ้างเป็นบางครั้งคราวทำให้จิตใจของมิวดีขึ้น เริ่มเปิดใจให้กับคนอื่นมากขึ้น ประจวบกับที่มีหน้าที่ที่ต้องทำเรื่องของโต้งจึงค่อยๆ เลือนหายไป ไม่มารบกวนจิตใจของมิวมากนัก
ผ่านไปประมาณ 1 ปี โต้งสอบติดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในสาขานิเทศศาสตร์โดยเลือกสาขาการสื่อสาร ที่บ้านของโต้งดีใจมากกับการที่โต้งสอบติดเลยจัดงานปาร์ตี้เล็กๆ ขึ้นในบ้าน ด้วยมื้อเช้าที่พิเศษ
“แล้วชัวร์หรือยัง ดูจากอินเตอร์เน็ตมันจะมั่นใจได้เหรอเดี๋ยวขับรถไปดูบอร์ดที่เกษตรอีกทีไหมโต้ง” สุนีย์กล่าว
“โถ่แม่ เขาบอกว่าติดก็ติดสิ แต่ยังไงเดี๋ยวเรากินข้าวเสร็จแล้วโต้งจะไปดูอีกที”
“คุณนี่ก็ยังไงนะ เจ้าโต้งมันตั้งในเรียนจะตายมันก็ต้องติดสิใช่มั้ยโต้ง”
“ครับพ่อ โต้งก็ว่างั้น” โต้งทำหน้ามัดใจปนทะเล้นใส่ ทุกคนก็หัวเราะกันออกมา

“ไปก่อนนะพ่อ แม่”
“ไม่ให้แม่ไปส่งจริงๆ เหรอ”
“ไปได้น่าแม่ โต้งจะเข้ามหาลัยแล้วนะ เดี๋ยวก็โดนบอกว่าเป็นลูกแหง่อีก”
“เออ ก็ไปให้ดีๆ แล้วกัน แล้วอย่าไปเล่นอะไรมากมาย แล้วก็รีบกลับด้วยเข้าใจไหม”
“ไปได้แล้วโต้ง ยิ่งอยู่แม่แกก็ยิ่งพูดไปเรื่อยนั่นและ”
“งั้นผมไปล่ะ”
โต้งก็ออกไปนั่งรถแท็กซี่เพื่อไปมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สถานที่สำหรับประกาศผลผู้ผ่านการสอบเข้าสู่ระดับมหาวิทยาลัย
“พี่ๆ ผมขอเปลี่ยนคลื่นวิทยุนะ” คนขับรถไม่ว่าอะไร ได้แต่พยักหน้าตอบไปเท่านั้น โต้งจึงนั่งฟังเพลงไปเรื่อยๆ ซักพัก
…. “วันที่ผมขอเปิดผลงานชิ้นแรกของวงดนตรีน้องใหม่ของค่ายเราให้ได้รับฟังกันนะครับ ผมว่าความจริงแล้วบางคนอาจเคยได้ยินเพลงนี้แล้วด้วยซ้ำ ถ้าใครเคยติดตามผลงานของศิลปินกลุ่มนี้ตั้งแต่เริ่มออกเป็นแนวอินดี้มาก่อนครับ ฟังที่นี่เป็นที่แรกเลยนะครับ”
เสียงเมโลดี้ที่คุ้นเคยผ่านเข้ามาในหูของโต้งจนโต้งหยุดและตั้งใจฟัง
~ ~ ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม
มันอาจไม่เพราะ ไม่ซึ้งไม่สวยงามเหมือนเพลงทั่วไป

อยากให้รู้ ว่าเพลงรัก ถ้าไม่รัก ก็เขียนไม่ได้
แต่กับเธอคนดีรู้ไหม ฉันเขียนอย่างง่าย...ดาย

เธอคงเคยได้ยินเพลงรักมานับร้อยพัน
มันอาจจะโดนใจ แต่ก็มีความหมายเหมือนๆกัน

แต่ถ้าเธอฟังเพลงนี้ เพลงที่เขียนเพื่อเธอเท่านั้น
เพื่อเธอเข้าใจความหมายแล้วใจจะได้มีกันและกัน

มีความจริงอยู่ในความรักตั้งมากมาย
และที่ผ่านมาฉันใช้เวลาเพื่อหาความหมาย

แต่ไม่นานก็เพิ่งรู้ เมื่อทุกครั้งที่มีเธอใกล้
ว่าถ้าชีวิตคือทำนอง เธอก็เป็นดังคำร้องที่เพราะและซึ้งจับใจ

ให้มันเป็นเพลง บนทางเดินเคียง ที่จะมีเพียงเสียงเธอกับฉัน
อยู่ด้วยกันตราบนานๆ ดั่งในใจความบอกในกวี

ว่าตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง
คือทุกครั้งที่รักของเธอส่องใจ ฉันมีปลายทาง

มีทางเดินให้เราเดินเคียง และมีเสียงของเธอกับฉัน
มีทางเดินให้เราเดินร่วมเคียง และมีเสียงของเธอกับฉัน ~ ~
นี่เป็นผลงานชิ้นแรกของวงออกัสน้องใหม่มาแรงของค่ายเราครับ คือเพลงกันและกัน มีคนเล่าให้ฟังว่าเพลงนี้มีที่มาที่ไปเดี๋ยวยังไงในวันแถลงข่าวซึ่งผมได้รับไปเป็นพิธีกร (หัวเราะ) ผมจะถามเรื่องนี้มาให้ด้วยแล้วกันนะรับท่านผู้ฟัง และหลังจากงานแถลงข่าวเราจะได้พบกับพวกเขาทุกคนที่คลื่นของเราอย่างแน่นอนครับ”

โต้งอึ้งไปชั่วครู่ ภาพความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาในสมองของเขา ภาพห้องของมิว ภาพคอนเสิร์ตในงานปาร์ตี้ ภาพคอนเสิร์ตในวันคริสมาสต์ปีที่ผ่านมา ต่างไหลเข้ามาในสมองเขาอีกครั้งหลังจากที่เขาลืมไปมันไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง มียิ้มเล็กๆ ขึ้นมาบนใบหน้าของเขา โต้งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหารายชื่อจนมาถึงชื่อ มิว เขานั่งนิ่งมองชื่อนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
“น้องๆ จะให้พี่เข้าไปเลยไหมหรือว่าลงข้างนอก รถมันเยอะน่ะนะเป็นไปได้จริงๆ พี่ก็ไม่อยากเข้าไปเท่าไหร่ กว่าจะเข้ากว่าจะออก ให้พี่ไปหากินต่อดีกว่าไหมน้อง พี่คิดว่าถ้าน้องเดินเข้าไปมันน่าจะไวกว่าพี่ขับเข้าไปอีกมั้ง…”
“พี่ พี่ พี่ครับ” โต้งเรียกเสียงดัง “เดี๋ยวผมลงตรงนี้แหละ ผมเดินเข้าไปเอง นี่ตังค์ครับ”
โต้งลงจากแท็กซี่เก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกงแล้วเดินเข้าไปในตัวมหาวิทยาลัย

เสียงจากกลุ่มและซุ้มต่างๆ ดังมาไม่ขาดระยะ โต้งเดินเข้าไปหาบอร์ดของมหาวิทยาลัยและคณะที่ตนเองเลือกไว้ ไม่นานก็เจอชื่อตัวเอง เพราะว่ารู้อยู่แล้ว โต้งยิ้มนิดๆ จากนั้นก็มีรุ่นพี่เดินเข้ามาล้อมโต้งถามโน่นถามนี่ ชื่ออะไรน้อง ติดไหม เอกไหน คณะไหน พร้อมกับเสียงแซวของรุ่นพี่ผุ้หญิงและรุ่นพี่กระเทยไม่ขาดระยะ น้องคนนี้หล่อจังรู้จักทางไปมหาลัยไหม เด๋วไปพาไปส่ง และก็ส่งเสียงหัวเราะกันอย่างดัง โต้งทำหน้างงๆ แล้วก็ยิ้มเจื่อนๆ ออกมา
“ผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับพี่ ปวดฉี่มากทนไม่ไหวแล้ว” โต้งหาทางเลี่ยงสุดชีวิต แล้วก็หลุดมาได้ “ต้องกลับมานะน้องโต้งไม่กลับมาเจอกันที่มหาลัยพี่หอมแก้มแน่เลยนะ” รุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนไล่หลังมา โต้งหันไปยิ้มเจื่อนๆให้

จากนั้นโต้งก็เดินไปอีกด้านหนึ่งของบอร์ดเพื่อจะไปเข้าห้องน้ำ (ปวดจริง) ต้องเดินผ่านคนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งกำลังล้อมดูอะไรซักอย่าง ด้วยความสงสัยจึงหยุดดู ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือ ภายในกลุ่มดังกล่าวมีคนที่เขารู้จักอยู่สองคน คนหนึ่งเป็นคนที่เขารู้จักดี หรือแทบจะดีมากด้วยซ้ำ โดนล้อมถ่ายรูป พูดคุยและขอลายเซ็นต์อยู่กับเพื่อนอีกคนหนึ่ง สองคนนั้นคือมิวกับเอ็กซ์นั่นเอง โต้งยิ้มนิดๆ และจะเดินเข้าไปทัก แต่เห็นจากคนอยู่เยอะและไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรและพูดคุยอะไรกันดี ทักทายยังไงดีนะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ไม่ได้คุยกันตั้งนาน ดีไหมนะ โต้งทำหน้าเศร้าๆไปเล็กน้อยแล้วตัดสินใจเดินไปเข้าห้องน้ำดีกว่า เพราะไม่รู้จะเข้าไปทักอย่างไร และมิวจะรู้สึกอย่างไรที่เจอเขาอีกครั้ง โต้งจึงกลับหลังหันเดินไปอีกทาง

เอ็กซ์เงยหน้าขึ้นมาจะถ่ายรูปและพูดคุยกับแฟนเพลงที่รายล้อมอยู่ จึงมองเห็นโต้งแวบๆ พอดีแต่ก็ไม่แน่ใจ จึงสะกิดให้มิวดู “เฮ้ย มิวนั่นโต้งหรือเปล่าวะ”
“ไหนๆ”มิวถามพร้อมเขย่งมอง
“นั่นไงที่เดินไปตรงมุมนั่นแล้วไง กำลังเลี้ยวไปที่มุมตึกนั่นไง” เอกซ์บอกมิวพลางเขย่งดูไปด้วย
“เออใช่จริงๆ ว่ะ” “ขอโทษนะครับขอตัวก่อนนะครับ” มิวค่อยๆ แทรกตัวออกไปจากกลุ่มคนตรงนั้นแล้ววิ่งตามไปที่มุมตึก พอไปถึงเห็นผู้คนอยู่บริเวณนั้นมากมายแต่ไม่พบโต้งแล้ว มิวหน้าเศร้าลงทันที เอ็กซ์วิ่งตามมา “ไง เจอไหมวะ” มิวส่ายหน้า
หลังจากโต้งเข้าห้องน้ำเสร็จโต้งหยิบมือถือขึ้นมาดูอีกครั้ง หน้าจอมือถือยังคงเป็นหน้าที่เป็นชื่อและเบอร์โทรของมิวอยู่ โต้งถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วจึงตัดสินใจนำโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออกไปยังเบอร์มิว “หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…” โต้งกดวางสายแล้วเก็บโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงตามเดิม

“ก็โทรไปหาโต้งสิวะมิว” เอ็กซ์บอกเพื่อนอย่างห่วงใย แต่ไม่วายทำหน้ากวนๆ ใส่
“ก็รู้เอ็กซ์ โทรศัพท์กูหาย เบอร์ใครก็หายหมด เบอร์กูยังไม่ได้เม็มเลย” มิวตอบแบบผสมบ่นเพื่อนเล็กน้อย
“หญิงไง ไปขอกับหญิงสิ เออแต่ไม่เห็นหญิงมาซักที ไหนๆ ก็ไหนๆ โทรไปถามแล้วก็โทรไปตามหญิงด้วยเลยแล้วกัน”
ฮัลโหลหญิงเหรอ อยู่ไหนเนี่ยเอ็กซ์มันรอนานมากแล้วนะ” มิวตะโกนใส่โทรศัพท์แข่งกับเสียงกลองที่ดังอยู่รอบๆตัวเขา
“ฮัลโหลมิวเหรอ เราอยู่ที่นี่แล้วล่ะเพิ่งตรวจบอร์ดเสร็จความจริงโทรหาเอ๊กซ์แล้วแต่โทรไปก็ไม่รับ” หญิงตอบป่านสายโทรศัพท์มาในที่ที่อึกทึกไม่ต่างกัน “มิวอยู่หน้าบอร์ดคณะมิวนะเดี๋ยวเราไป ฝากล๊อคตัวเอ็กซ์ไว้ด้วย เจอนะจะตีให้หน้าพังเลย”
“อืมๆ หน้าบอร์ดศิลปกรรมนะ มาให้ไวเลย”
“โอเคๆ แค่นี้นะ” แล้วหญิงก็โผล่พรวดเข้ามาจากด้านหลังแล้วกอดมิวแบบแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้
“โอ๊ย อะไรเนี่ยหญิงตกใจหมด แล้วมากอดเราขนาดนี้ไม่อายคนอื่นมั่งหรือไง” มิวถามหลางเอี้ยวตัวไปมองทำหน้าแหยๆ
“จะอายทำไม ให้เขาเห็นก้ดีเขาจะได้คิดว่าหญิงมีแฟนเป็นนักร้องดัง เก๋จะตายไป” หญิงตอบลอยหน้าลอยตากวนประสาทใส่มิว
“แต่เอ็กซ์มันจะเคืองเอานะ พอได้แล้วคนมองใหญ่แล้ว”
“ 555 มิวนี่อายน่ารักเหมือนเดิมเลยเนอะ” หญิงยังคงกวนมิวต่อไป “เออเราติดบัญชีจุฬาแหละมิว แล้วเอ็กซ์ล่ะ”
“แากรู้เรื่องของใครก็ถามเจ้าตัวสิคร้าบบบ แล้วนี่จะปล่อยแฟนผมได้ยังครับคุณมิว” เอ็กซ์พูดพลางแกะมือหญิงออกจากมิว
“กูว่าแกะตุ๊กแกของออกไปจากกูดีกว่านะ ชอบแกล้งอยู่เรื่อยเลย” มิวบ่นขำๆ
“หญิงครับแฟนมาแล้วก็มาอยู่กับแฟนดิ่ครับคุณ มานี่ๆๆๆๆ” หญิงละจากมิวมายืนจับมือกับเอ็กซ์
“ว่าไงเอ็กซ์มีชื่อไหม ไม่มีแน่เลยวันๆ นอกจากซ้อมดนตรีก็ไปเหล่สาวๆ ทำตัวเจ้าชู้ติดก็บ้าและ” หญิงหันไปกวนใส่เอ็กซ์
“โหปาก ทำไมจะไม่ติดล่ะ ได้เรียนที่เดียวกับมิวเลย พลาดโควตาไปได้ไงไม่รู้ แต่สอบติดก็โอเคแล้ว”
“เก่งจังเลย” หญิงชมเอ็กซ์พลางกระโดดดีใจไปกอดคอเอ็กซ์ เอ็กซ์ยิ้มๆใส่มิว
“เออหญิง หญิงมีเบอร์โต้งไหม เมื่อกี้เราเห็นโต้งมาแถวนี้แวบๆ” มิวถาม
“น่าจะมีนะ แต่ไม่แน่ใจว่าใช้อยู่ไหมก็ตั้งแต่…. เอ่อ ช่างมันเถอะ ไม่ได้คุยกันนานแล้วน่ะ” หญิงตอบพลางเปิดดูโทรศัพท์ตัวเองและค้นรายชื่อของโต้ง ในที่สุดก็เจอ “นี่ไงมิว เบอร์นี้” หญิงยื่นโทรศัพท์ให้มิว มิวรับไปและกดเบอร์ลงในโทรศัพท์ของตัวเอง
“ตรงนี้เสียงมันดัง เดี๋ยวขอไปโทรศัพท์แป๊บนะคู่รักทั้งสอง” มิวบอก พลางล้อเลียนหญิงและเอ็กซ์ก่อนจะวิ่งหนีเท้าเอ็กซ์ไปได้อย่างฉิวเฉียด

มิวเดินไปจนไกลจากบริเวณบอร์ดพอสมควรจึงกดโทรออก
“ฮัลโหล ใครน่ะ”
“……” มิวนิ่ง
“ฮัลโหล ใครครับไม่ได้ยินเสียงพูดเลยได้ยินแต่เสียงอะไรดังๆ น่ะ”
มิวกดวางสาย เขาเองก็สับสนไม่รู้ว่าจะเริมยังไงดีจะพูดยังไงดีนะ ตอนนี้โต้งเป็นอย่างไร มีความรู้สึกอย่างไรกับเขา ความสับสนเข้ามาในหัวของมิว
ตื๊ด~ตื้ด~ “ฮัลโหลโต้งเหรอนี่มิวเองนะ”
“มิวไรของวะ ก่อนรับดูชื่อด้วย กูเอ็กซ์โว้ย กูจะโทรมาบอกว่าก่อนถึงช่วงซ้อมกูจะไปสยามกับหญิงกูเลยโทรมาชวนน่ะ ไปไหม”
“เออ ไปกันก่อนแล้วกันถ้ากูจะไปเดี๋ยวกูโทรไปหา” มิวกดวางโทรศัพท์แล้วเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย ทำไมนะ ทำไมเขาถึงทำอะไรไม่ถูก ทำไมไม่กล้าที่จะโทรไปคุยกับโต้งเหมือนเมื่อก่อน เดินไปพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเม็มเบอร์โต้งไว้ ตอนนี้ในรายชื่อติดต่อในโทรศัพท์มิวมีสองเบอร์แล้วคือ โต้งกับหญิง มิวเดินต่อไปเรื่อยๆจนถึงหน้ามหาวิทยาลัยเห็นโต้งกำลังขึ้นแท็กซี่ออกไป มิววิ่งตามแต่ทว่าไม่ทันซะแล้วรถออกไปไกลมากแล้ว มิวยืนนิ่งอยู่ริมถนนมองรถแท็กซี่คันนั้นเคลื่อนที่ลับไปอย่างเหม่อลอย ภาพในอดีตถูกจุดขึ้นในสมองมิวอีกครั้ง ภาพที่โต้งในวัยเด็กนั่งรถเคลื่อนออกไปจากสายตาเขาขณะที่โต้งย้ายบ้าน ความเหงาเข้าปะทะจิตใจอีกครั้ง เกิดคำถามขึ้นในใจมิว ทำไมนะทั้งๆ ที่เราเข้มแข็งขึ้นแล้ว เรามีเพื่อน เรามีดนตรี แต่ทำไมความรู้สึกนี้ยังคงกลับมาทักทายเข้าอยู่เสมอๆ
โต้งเอาเบอร์โทรศัพท์สายที่ได้รับล่าสุดขึ้นมาดูและโทรกลับไป แต่ไม่มีคนรับสาย เขาจึงไม่ใส่ใจคิดว่าคงมีคนโทรผิดมา โต้งกดโทรศัพท์ไปที่เบอร์มิวอีกครั้ง “หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…” โต้งกดโทรศัพท์แล้วกดวางสายเก็บใส่กระเป๋าไป
กลับมาถึงบ้านโต้งเดินไปบอกพ่อที่ดูโทรทัศน์อยู่
“ดูแล้วมีชื่อนะพ่อ” โต้งบอก
“เออมันก็ต้องมีอยู่แล้วล่ะ ในเน็ตมีที่บอร์ดไม่มีก็แปลกอยู่ แล้วนี่ทำไมกลับไวจังล่ะ ไม่มีทำกิจกรรมอะไรกับเขาเหรอ” กรถามลูกชาย
“ไม่อ่ะ ขี้เกียจอยู่ ไม่ค่อยชอบ”
“เราต้องมีกิจรรมมั่งนะ พ่อเห็นเพื่อนชวนไปไหนเราก็ไม่ไปเลยนี่เดี๋ยวนี้ ไม่มีเพื่อนเดี๋ยวก็เฉาตาย แล้วนี่เพื่อนๆ มีใครติดที่เดียวกับโต้งไหมล่ะลูก”
“พวกกลุ่มโต้งมันไปเรียนเอกชนกันหมด แต่วันนี้ผมเจอ…. เอ่อ…. เจอมิวด้วย”
“เหรอดีสิ ได้คุยกันหรือเปล่าลูกไม่รู้ว่ามิวสอบติดที่ไหนนะ ว่าแต่มิวก็หายหน้าหายตาไปเลย”
“เอ่อ….. เขาเป็นนักร้องแล้วน่ะพ่อเขาไม่ค่อยมีเวลาหรอก เดี๋ยวขึ้นข้างบนก่อนนะรู้สึกเพลียๆ”
“เดินทางไกลมั้ง อืมๆ ไปเถอะเดี๋ยวตอนเย็นแม่กลับมาเดี๋ยวไปปลุก”
โต้งเดินเข้าห้องไปนอนแผ่หงายอยู่บนเตียง ถอนหายใจยาวๆ โต้งลุกไปเปิด CD เพลงที่มิวเคยไรท์ให้ฟัง ~ ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม~ โต้งกลับมานอนหงายที่เตียง มองขึ้นเพดานอย่างเหม่อลอยพร้อมพึมพำกับตัวเอง “เพลงนี้ยังเป็นของเราอยู่มั้ยนะ” ๆ ๆ ๆ ๆ ….. ซ้ำไปซ้ำมาจนเผลอหลับไป
ตกเย็นสุนีย์กลับมาบ้านพร้อมอาหารชุดใหญ่ กว่าทุกวัน
“โต้ง โต้งเอ้ยมากินข้าวเร็วลูก” กรตะโกนเรียก “ผมว่าสงสัยหลับอยู่นะ” กรบอกสุนีย์
“งั้นเดี๋ยวชั้นขึ้นไปตามลูกเอง คุณตักข้าวรอเลยแล้วกันนะ”
“ได้จ้ะ ตามลงมาเร็วๆ ล่ะ เดี๋ยวกับข้าวจะเย็นหมด”
สุนีย์ยิ้มพลางพยักหน้า จากนั้นก็เดินขึ้นไปตามโต้ง เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องโต้งกำลังจะเคาะประตู เห็นว่าประตูแง้มอยู่จึงเปิดเข้าไป เห็นโต้งนอนหลับถือโทรศัพท์ในมืออยู่ และได้ยินเสียงเพลงเปิดอยู่ ~ ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม~ เพลงเล่นย้อนกลับมาที่เพลงนี้พอดีสุนีย์มองโต้งพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ เดินไปปิดเพลงแล้วจึงกลับมาปลุกลูกชาย
“โต้ง โต้ง ตื่นได้แล้ว นอนตอนนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก ผ้าก็ไม่ห่ม” สุนีย์เรียกโต้งพลางหยิบโทรศัพท์ออกจากมือ เหลือบเห็นในโทรศัพท์เป็นชื่อมิวค้างอยู่
“อะไรนะแม่” โต้งถามงัวเงีย
“แม่บอกให้ตื่นได้แล้ว ไปล้างหน้าล้างตาไปแล้วลงไปกินข้าวกัน เตรียมไว้หมดแล้ว พ่อก็รออยู่ที่โต๊ะ เร็วๆด้วยนะ”
“งั้นเดี๋ยวตามลงไปแม่” โต้งลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไป
สุนีย์วางโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะข้างเตียงของโต้ง แล้วเดินลงไปรอที่โต๊ะอาหาร

ซักพักโต้งเดินตามลงมาที่โต๊ะ ทุกคนสวดพร้อมกัน

และลงมือทานอาหารเย็นกัน กรยิ้มให้ทั้งคู่อย่างมีความสุข สุนีย์ยิ้มตอบ พลางมองโต้ง
“แม่มีอะไรหรือเปล่า” โต้งถามทำน่าสงสัย
“เปล่าก็แค่มองเด็กตัวเล็กๆ ที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยน่ะ แล้ววันนี้เป็นไงไม่เห็นเล่าให้แม่ฟังมั่งเลย” สุนีย์ถามกลับ
“ไม่รู้ดิ่ ก็ดีอ่ะแม่”
“เออคุณ ผมว่าเราจัดงาเลี้ยงฉลองที่เจ้าโต้งสอบเข้าดีไหม ชวนเพื่อนๆ ของโต้งมาด้วยไง” กรเสนอความคิดเห็น
“ไม่ต้องหรอกพ่อ แค่สอบได้ทำอะไรยุ่งยาก” โต้งบอกว่าไม่เห็นด้วย
“ก็ต้องแล้วแต่เจ้าตัวเขา แล้วเราอยากจัดไหม” สุนีย์ถามโต้ง
“เฉยๆ น่ะ ไม่ได้คิดไรมาก พวกเพื่อนๆ มันก็ไม่ค่อยจะมากันหรอกมั้ง”
“ก็ลองชวนก่อนไง ชวนมิว ชวนเพื่อนๆ ที่เป็นนักดนตรีมาด้วย งานจะได้สนุกไง” กรเสนอต่อ
โต้งกับสุนีย์หันมามองหน้ากันแล้วทำหน้าอึกอักๆ ใส่กันครู่หนึ่ง
“เขาคงไม่ว่างหรอกพ่อ เขาเป็นนักร้องดังแล้วกำลังจะออกอัลบั้มด้วย”
“เหรอมิวนี่ก็เก่งนะ ไม่รู้ว่าอาม่าสอนเปียนโนให้เด็กๆ แล้วจะโตขึ้นมาทั้งเก่งทั้งหล่อ 555” กรพูดพลางหัวเราะ
โต้งกับสุนีย์ก้มหน้าก้มตากินไม่พูดอะไร
“ลองๆคิดดูแล้วกัน ไม่แน่นะมิวอาจจะอยู่ที่เดียวกับโต้งก็ได้ เพราะวันนี้ก็เจอกันนี่”
สุนีย์เหลือบมองหน้าโต้ง โต้งหลบตา พร้อมตอบปัดๆ ไป “ก็ไม่ได้คุยกันหรอก เค้าดังแล้วคนรุมเยอะเลยไม่ได้ทักกัน”
การสนทนาจบลงแค่นั้นจนจบมื้อเย็น ทั้งสามคนช่วยกันเก็บโต๊ะ โต้งกับสุนีย์ช่วยกันล้างจาน สุนีย์ล้างน้ำยา ส่วนโต้งช่วยล้างน้ำเปล่า
“แล้วอยากจัดไหมล่ะงานน่ะ แม่ยังไงก็ได้ตามใจเรา”
“เฉยๆน่ะ เดี๋ยวลองถามเพื่อนๆก่อนแล้วกันว่าพวกมันจะมาหรือเปล่า”
“เอ่อ… อย่าลืมชวนมิวล่ะ”
โต้งมองหน้าสุนีย์อย่างแปลกใจ แล้วก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้วน่ะแม่ ไม่รู้ว่ายังใช้เบอร์เดิมหรือเปล่าด้วย”
“อืมๆ คิดได้ยังไงก็บอกแล้วกันนะ บอกล่วงหน้านานๆ ล่ะ จะได้มีเวลาเตรียมตัว”
“ได้ๆ แม่”
………………………………………………………………………………………

มิวกลับมาที่บ้านทักทายแม่กับเฮียของหญิงแล้วเดินเข้าบ้านไปนั่งลงที่เปียนโนหลังเก่า มิวนั่งเล่นเพลงที่อาม่าชอบเล่นพร้อมกับพูดกับตัวเองว่า เพลงนี้แปลว่าคิดถึงนะ แต่จะส่งไปถึงไหม อาม่าคิดว่ายังไงพลางมองรูปอาม่าและรูปที่ถ่ายกับโต้งตอนเด็กสลับกันไป
ที่ห้องซ้อม เพื่อนๆ ในวงออกัสไปกันเกือบหมดแล้วเหลือแต่เอ็กซ์กับมิวที่ยังไม่ไป
“ใครโทรไปตามมิวทีซิ เดี๋ยวกูโทรหาเอ็กซ์เอง”
“เออๆ กูอยู่บนรถเนี่ยใกล้ถึงแล้ว ยังไม่ถึงเวลาซ้อมเลยโทรมาตามทำไมวะ” เอ็กซ์ตอบปิงปองผ่านสายโทรศัพท์มา “เฮ้ยๆๆ ไม่ต้องโทรแล้ว มิวมาโน่นแล้ว”
“เออขอโทษที่มาช้าว่ะ บังเอิญกลับไปเอาของที่บ้านเลยเผลอนอนหลับไปน่ะ” มิวตอบ
“ไม่เป็นไรหรอกยังไม่ถึงเวลาซ้อมซะหน่อย อีกตั้ง 1 นาทีแน่ะ” ทุกคนรวมทั้งมิวหัวเราะชอบใจกันใหญ่กินขนมก่อนแล้วกันซื้อมาฝากถือว่ารอเอ็กซ์มัน
ทุกคนวิ่งมารุมถุงขนมเหมือนกับแร้งลง กินไปได้จนขนมเกือบหมดเอ็กซ์ก็มาพร้อมกับหญิง
“โทดทีเว้ยมาช้าไปนิดรถมันติดต้องทำใจ” เอ็กซ์ตอบไปตามสไตล์ พร้อมทำท่าเก๊กหล่อ ทำให้ทุกคนอ้วกแล้ววิ่งมารุมเอ็กซ์
“เอาๆๆๆๆ ซ้อมเหอะเดี๋ยวจะดึกนะ” มิวตะโกนบอกทุกๆ คน จึงได้เริ่มซ้อมกัน หญิงนั่งดูอยู่ในห้องซ้อมด้วย ซํกพักมีโทรศัพท์เข้ามาหาหญิง
“อาหญิงอ่า นี่มังมืดแล้วนะ ทำไมลื้อยังไม่กลับบ้านอีกล่ะ” หม่าม้าของหญิงอยู่ในสาย
“ซักพักนะม้า หญิงก็มาดูมิวซ้อมดนตรีน่ะ เดี๋ยวกลับพร้อมกัน” หญิงตะโกนตอบกลับไปแข่งกับเสียงดนตรี
“เออๆๆๆ อย่าให้มังดึกมากน้า หม่าม้าเป็นห่วง บอกอามิวอีด้วย”
“จ้าๆๆๆๆๆ” หญิงวางสายโทรศัพท์ ก็เห็น miss call ขึ้นที่โทรศัพท์จึงกดดู ปรากฏว่าคนที่โทรมาเป็นโต้ง หญิงจึงโทรกลับไป “ไงโต้งมีอะไรเหรอ พอดีเราปิดเสียงไว้ตอนดูหนังน่ะเลยไม่รู้” มิวได้ยินชื่อโต้งเลยหยุดร้องไปครู่หนึ่งแล้วมองหญิงที่โทรศัพท์อยู่
“เออโต้งรอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวหญิงออกไปโทรข้างนอกก่อนข้างในนี้มันดัง” หญิงค่อยๆ เดินเปิดประตูออกไปคุยข้างนอก
“หญิงเป็นไงมั่ง สบายดีไหม”
“ก็ดี โต้งล่ะ เป็นไง นึกยังไงโทรมาได้เนี่ย”
“ก็เรื่อยๆ แหละ วันนี้ไปดูผลสอบเลยโทรมาหา หญฺงเป็นไงบ้างเรียนต่อที่ไหน”
“บัญชีจุฬาน่ะ”
“เฮ้ย จริงเหรอที่เดียวกันเลย เราก็เรียนจุฬาเหมือนกัน เราติดนิเทศน่ะ”
“เหรอ ดีๆ จะได้มีโอกาสเจอกันบ่อยๆ”
“หญิงเจอมิวมั่งหรือเปล่า”
“ทำไมจะไม่เจอล่ะ อยู่บ้านตรงข้ามกันนะ โต้งล่ะไม่ได้ติดต่อมานานเลยนะ ได้คุยกับมิวมั่งหรือเปล่า”
“อืม ไม่เลยอ่ะ แต่เราฟังเพลงนะ เห็นว่าอยู่ค่ายใหญ่แล้วด้วย มิวคงจะดีใจมาก”
“ก็งั้นแหละ ดังขึ้นเวลาก็ลดลง ควมเป็นส่วนตัวก้น้อยลง ยิ่งได้ค่ายใหญ่โปรโมทให้น่าจะดังขึ้นอีกนะ”
…….(คุยกันไปเรื่อยเปื่อย)

“พัก 15 นาทีนะ เดี๋ยวซ้อมต่อ” มิวบอกเพื่อนๆ ออกไมค์ เพื่อนๆนั่งอยู่ในห้องกินขนมบ้าง คุยเล่นกันบ้าง ส่วนมิวกับเอ็กซ์เดินออกมาข้างนอก
“จะไปไหนวะมิว”
“เข้าห้องน้ำปวดฉี่ แล้วล่ะ ปวดเหมือนกันเหรอ” เอ็กซ์ไม่ตอบ แต่ยิ้มแล้วชี้ไปที่หญิงแทนคำตอบ “อ๋อๆๆๆ เออเอาเหอะตามสบายเลย”

“โต้งแป๊บนึงนะ มีคนจะคุยด้วย แล้วหญิงก็วิ่งเอาโทรศัพท์มาให้มิวคุย” มิวรับโทรศัพท์ไปทำหน้างงๆ หญิงหันมายิ้มให้แล้วทำปากบอกว่าโต้ง แล้วก็เดินออกไปกับเอ็กซ์

มิวยืนมองโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่งแล้วเอาขึ้นมาคุย “ฮัล..ฮัลโหล สวัสดีครับ ใครน่ะ”
“มิวเหรอ นี่โต้งนะ” แม้แต่มิวเองก็อธิบายความรู้สึกตัวเองไม่ถูก มันทั้งดีใจ ตื้นตันใจ สับสน และเคว้งคว้างยังไงบอกไม่ถูกเมื่อได้ยินเสียงนั้นอีกครั้ง
“มิว ใช่มิวหรือเปล่า” เสียงของปลายสายถามอย่างกระวนกระวายใจ
“อืมเราเอง เป็นไงบ้างโต้งไม่ได้คุยกันนาน”
“ไม่รู้สิมันก็เรื่อยๆ นะชีวิตเรียบๆ ง่ายๆ เรียน เรียนพิเศษ กลับบ้าน ไม่งั้นคงสอบไม่ติดหรอก”
“เหรอแล้วโต้งสอบติดที่ไหนล่ะ”
“จุฬาน่ะ นิเทศน์ ที่เดียวกับหญิงเลย มิวล่ะ” มิวได้ยินก็ใจเต้นตุบๆๆๆขึ้นมาอย่างรุนแรง
“เราได้โควตาศิลปกรรมที่จุฬาน่ะ เอ๊กซ์ก็เรียนที่เดียวกับเราเลย”
“เหรอดีจังนะ เราจะได้อยู่ด้วยกันอีก” คำว่าอยู่ด้วยกันอีกพุ่งลงไปแทงใจของมิวอย่างรุนแรง เขาเริ่มรู้สึกตัวสั่นและสมองเบลอๆ “ตอนนี้มิวดังแล้ว ดีใจด้วย เรายังซื้อแผ่นของมิวเลยเปิดฟังบ่อยๆ”
“อืมๆ โต้ง…โต้งชอบเหรอ เราขอบใจนะที่โต้งชอบ เออโต้งเราใช้เบอร์ใหม่แล้วนะ เบอร์เก่ามันหายน่ะเลยไม่อยากทำใหม่ เดี๋ยวเรายิงไปนะ”
“ได้ๆ งั้นแค่นี้ก่อนนะมิว แม่เรียกแล้ว โชคดีนะ”
“อืมๆ เหมือนกัน” โต้งวางสายไป “มิวคิดถึงโต้งนะ” มิวพูดต่อแม้จะวางโทรศัพท์ไปแล้ว ทำไมความรู้สึกและคำพูดมันช่างดูห่างเหินกันจังนะ เราคิดไปเองหรือเปล่า หรือว่ามันเป็นยังไงกันแน่ มิวนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“เฮ้ยมิว ซ้อมๆ เดี๋ยวดึกหญิงโดนด่า” เอ็กซ์มาลากตัวเพื่อนเข้าห้องซ้อมโดยการล๊อคคอลากเข้าไป ทำให้มิวดึงสติกลับมาได้บ้าง
ซ้อมเสร็จทุกคนกำลังแยกย้ายกันกลับบ้าน เหลือเอ็กซ์ มิว หญิง
“เอ็กซ์ไม่ต้องไปด้วยหรอกนะ เดี๋ยวหญิงกลับกับมิวสองคนเอ๊กซ์กลับไปก่อนเหอะ อีกอย่างถ้าหม่าม้ามาเห็นจะโดนดุเอา”
“อืมๆ เอางั้นก็ได้ แต่พอถึงบ้านแล้วหญิงโทรหาเราด้วยนะ”
“ได้งั้น บายๆ นะ” หญิงโบกมือลาเอ็กซ์ที่เดินไปขึ้นรถ
“เออพรุ่งนี้เจอกันมิว” มิวพยักหน้าตอบพาหญิงไปขึ้นแท็กซี่กลับบ้าน
พอกลับถึงบ้านหญิงก็ลามิวแล้วเข้าบ้านไป มิวเดินเข้าบ้าน เขารู้สึกตัวลอยๆ เดินไปหยิบตุ๊กตามาจากโต๊ะเอามาไว้ที่เตียง “มันจะเป็นยังไงต่อไปนะ ความเข้มแข็งเฮือกสุดท้ายมิวใช้ไปหมดแล้วนะ” มิวพูดกับตุ๊กตา แล้วมิวก็หยิบโทรศัพท์มาส่งข้อความไปหาโต้งว่า “นี่เบอร์เรานะ”
โต้งกำลังนอนฟังเพลงอยู่ ได้ยินเสียงแมสเสจเข้าก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความที่มิวส่งมา เซฟเบอร์ลงเครื่องไว้นอนเอาโทรศัพท์แนบอกไว้ยิ้มและอย่างมีความสุข
วันรุ่งขึ้นหญิงมาเรียกมิวที่หน้าบ้าน มิวก็ลงมาเปิดประตูให้
“มีอะไรเหรอหญิงเพิ่งจะแปดโมงกว่าเองนะ” มิวเดินขยี้ผมยุ่งๆ ลงมาเปิดประตู
“หญิงมีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ” มิวทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่หญิงทำหน้าเคร่งขรึม
“อืมๆ เข้ามาก่อนแล้วกันเดี๋ยวเราไปล้างหน้าแป๊บนึงนะ”
“ไปเหอะ เดี๋ยวรอ” พูดจบหญิงก็เดินขึ้นไปข้างบนตามมิวไป มิวแยกไปห้องน้ำส่วนหญิงนั่งอยู่ในห้อง มองดูตุ๊กตาไม้ที่ตอนนี้อยู่บนเตียง หญิงยิ้มเล็กๆ พร้อมถอนหายใจออกมา
“เสร็จแล้ว ขอโทษนะห้องรกยังไม่ได้เก็บที่นอนเลย” พูดพลางเก็บตุ๊กตาไม้ไว้บนโต๊ะอย่างเดิม แล้วจัดแจงเก็บที่นอน “ตกลงมีอะไร” มิวถาม
“เมื่อวานคุยอะไรกับโต้งเหรอ”
“ถามทำไม ไม่มีอะไรหรอก ก็ถามนู่นถามนี่ เป็นไงสบายดีไหม”
“แค่นั้นแน่นะ”
“ไม่แค่นั้นแล้วจะแค่ไหนเล่า”
“มิว ตอนนี้มิวคิดยังไงกับโต้ง” มิวถึงกับสะอึกไปกับคำถามแทงจุดตายของหญิง
“ก็ เอ่อ…ไม่ยังไงหรอกเพื่อนกันน่ะ”
“ให้มันแน่ใจนะมิว ตอนนี้มิวมีหน้าที่เยอะ มีงาน หญิงไม่อยากให้มิวเครียด ตั้งแต่นั่งรถกลับบ้านเมื่อวานมิวดูเบลอๆ ชอบกล”
“เราไม่รู้สิหญิง เราสับสน การที่เรามีความหวังแล้วเราผิดหวังมันทำร้ายเรามากเลยนะ กว่าเราจะกลับมาเป็นมิวในวันนี้ หญิงก็รู้ว่ามันยากมันนานขนาดไหน เรากลัว เรากลัวที่จะมีความหวัง เรากลัวการเริ่มต้น แต่อีกใจนึงเราก็อยากยอมรับมัน และอีกสิ่งหนึ่งที่เราคิดว่ามันน่ากลัวก็คือความไม่แน่นอน”
“ค่อยๆ คิดนะ มิวแล้วตอบตัวเองให้ได้ ถ้ามีรักย่อมมีหวังจำไว้ แต่ผลสรุปจะเป็นยังไงมันคือสิ่งที่เราต้องเผชิญ ไม่ใช่คาดเดาเอาเอง เราไม่รู้หรอกว่าวันหน้าจะเป็นยังไง แต่เราต้องรู้ว่าปัจจุบันเราจะทำอะไร เรารู้สึกอย่างไร แล้วก็ทำตามหัวใจตัวเองก็พอ”
“อืม ขอบใจนะหญิง”
“หญิงแค่ไม่อยากให้มิวเป็นเหมือนตอนนั้นอีก หญิงรู้ว่ามันไม่สนุกเลยที่ต้องอยู่กับความรู้สึกนั้น”
“แต่หญิงก็ผ่านมาได้”
“มิวเองก็เหมือนกัน ครั้งที่แล้วมิวผ่านมาได้ครั้งนี้มิวก็ต้องผ่านไปให้ได้”
มิวและหญิงยิ้มให้กันอย่างอบอุ่น
“วันสัมภาษณ์วันไหนนะโต้ง” สุนีย์ถามก่อนออกไปทำงาน
“อีกสองวันน่ะแม่ วันจันทร์นี้แหละ”
“แล้วเตรียมตัวหรือยังล่ะ ทำอะไรให้พร้อมนะ ไม่ใช่มากระวีกระวาดก่อนไป”
“รู้แล้ว แม่ไม่ต่องห่วงหรอก”
“ก็ดีแล้ว เอ้อวันนี้จะไปไหนหรือเปล่า”
“ไม่อ่ะ ไม่แน่ใจ แต่คงไม่ไปมั้ง”
“อืมๆ ไปแล้ว” สุนีย์ขับรถออกไปทำงานตามปกติ โต้งเดินกลับมาเตรียมจะขึ้นบนบ้าน

“ขึ้นแล้วเหรอโต้ง พักนี้ขลุกอยู่ในห้อง เตรียมตัวสอบสัมภาษณ์เหรอ”
“ก็ทำนองนั้นแหละพ่อ โต้งขึ้นแล้วนะ”
“เออ แล้วตกลงเรื่องงานเลี้ยงว่าไง”
“ยังไม่ได้คุยเลยพ่อ เดี๋ยวตอนเย็นบอกแล้วกัน เดี๋ยวไปข้างบนก่อนนะ”
“เออๆ ไปเถอะตั้งใจล่ะ”
โต้งเดินขึ้นห้องไป หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู กดเบอร์ไปเรื่อยๆ โทรถามเพื่อนกลุ่มเก่าๆ ของเขา ส่วนมากบอกว่าไม่ค่อยสะดวก ถ้าจะเลี้ยงฉลองให้ไปบ้านเขาดีกว่า โต้งจึงบอกไปว่าไม่เป็นไร แล้วค่อยว่ากันอีกที โทรไปจนหมดทุกคนจนมาถึงหญิงกับมิว โต้งเลือกที่จะโทรหามิว
“มิวเหรอ โต้งนะ”
“ว่าไงโต้ง มีอะไรหรือเปล่า”
“เอ่อไม่มีอะไรหรอก คือว่ามิวมาเที่ยวบ้านเราไหม”
“อะไรนะ ไปบ้านโต้งเหรอ” มิวถามอย่างแปลกใจ
“อืม พ่อเราเขาอยากฉลองที่เราสอบติดน่ะ พ่อบอกให้มาชวนมิวแล้วก็คนอื่นๆ ในวงมิว”
“เหรอ ยังไงเดี๋ยวเราไว้โทรไปบอกนะโต้ง ตอนนี้เราต้องไปทำงานน่ะ แล้วคุยกันนะ”
“อืม งั้นแค่นี้นะ” โต้งนอนลงทอดสายตาไปที่เพดานอย่างเหม่อลอย

มิวและเพื่อนๆ ในวงมีคิวให้สัมภาษณ์วันนี้ที่สถานีวิทยุแห่งหนึ่ง ทุกคนเตรียมตัวเสร็จแล้วเหลือมิวที่ยังง่วนกับโทรศัพท์
“เร็วๆ มิว เหลือ สปอตอีกสองตัวก็เข้าสัมภาษณ์แล้วนะ” ผู้จัดการวงเรียกมิวอย่างรีบร้อน
“ครับๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละพี่” มิวกดส่งแมสเสจแล้วรีบร้อนเข้าห้องจัดรายการไป
เสียงแมสเสจดังขึ้นที่โทรศัพท์ของโต้ง โต้งหยิบขึ้นมาอ่าน
“วันนี้เราสัมภาษณ์วิทยุวันแรก ฟังด้วยนะโต้ง คลื่น….. นะ”
โต้งลุกจากเตียงอย่ารีบร้อนไปเปิดวิทยุคลื่นดังกล่าว

….. ผมเพชรครับ กีต้าร์ครับ
“และน้องคนนี้คนสุดท้าย แนะนำตัวเลยครับ”
“ผมมิวครับ ร้องนำครับ”
“ตอนนี้ก็รู้จักกันไปทุกคนแล้วนะครับ เยอะจริงๆ จำไม่หวัดไม่ไหวกันเลยทีเดียว”
“พี่ว่าเข้าคำถามสามัญประจำบ้านดีกว่าว่ามารวมกันได้ยังไง”
……………….(การสัมภาษณ์ต่อไปเรื่อยๆ)………………………
“อ่ะมาถึงผลงานปัจจุบันบ้าง เพลงกันและกันที่เป็นซิงเกิ้ลแรกนี้ พี่ได้ข่าวว่ามิวเป็นคนแต่งเองเหมือนอีกหลายๆ เพลง แต่มันค่อนข้างพิเศษกว่าทุกเพลงนะพี่ว่า มันเหมือนมิวเขียนให้ใครเลยใช่ไหม”
“ใช่ครับ เพลงนี้ผมแต่งขึ้นจากแรงบันดาลใจจากใครคนนึงน่ะครับ”
“แล้วเพลงหวานซะขนาดนี้แปลว่ามิวมีแฟนแล้วสิครับ”
“ผมยังไม่มีแฟนครับ”
โต้งซึ่งฟังอยู่รู้สึกจุกที่คอ มิวก็พูดอะไรไม่ผิดนี่หน่า เพราะมิวยังไม่มีแฟนจริงๆ แต่โต้งก็รู้สึกแน่นในอกอย่างบอกไม่ถูก
“งั้นสาวๆ ยังมีสิทธิอยู่ เอาล่ะครับมาถึงช่วงสุดท้ายแล้วขอให้ตัวแทนฝากอะไรถึงแฟนเพลงหน่อย”
“ก็แฟนเพลงที่เคยฟังผลงานของพวกเรามาก่อนก็ขอให้รักกันต่อไปนะครับ ส่วนคนที่ไม่เคยฟังก็ขอให้ลองฟังดูแล้วกันครับ ยินดีทุกคำติชม แต่ชมเยอะๆ ก็ดีครับ” เอ็กซ์พูดทิ้งท้าย ทุกคนหัวเราะกันใหญ่
“งั้นช่วงนี้เราลาไปด้วยเพลงกันและกันเลยแล้วกันนะ


แก้ไขล่าสุดโดย ปาย เมื่อ Sat Jul 17, 2010 12:36 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

ปาย
Field Marshal
Field Marshal

จำนวนข้อความ : 896
Join date : 02/05/2009
: 21

ดูข้อมูลส่วนตัว http://school-in-school3.thai-forum.net

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รักแห่งสยาม 2

ตั้งหัวข้อ  ปาย on Sat Jul 17, 2010 12:21 pm

…………………………………………………………………………………………

ช่วงเย็นที่บริษัทวงออกัสทุกคนโดนเรียกประชุมด่วน พอมิวไปถึงพบว่าคนยังมาไม่ครบ เอ็กซ์กำลังจะเข้ามาคุยด้วยแต่มิวโดนดึงตัวไปซะก่อน มิวโดนพาไปที่ห้องประชุมเล็ก
ในห้องประชุมเล็ก มีคนรออยู่แล้ว มิวเดินเข้าไปอย่างหวาดๆ มองไปรอบๆ มีผู้ใหญ่สองคน และพี่ๆที่รับหน้าที่ดูแลวงของเขา พี่คนดูแลวงพามิวไปนั่งตรงหัวโต๊ะ
“เอาหนังสือพิมพ์ให้มิวดู” ผู้ใหญ่คนนึงบอก
“เอ้าดูซะมิว”
ในหนังสือพิมพ์พาดหัวกรอบเล็ก [ลือกระฉ่อนนักร้องหนุ่มน้อยหน้าใหม่ ควงเพื่อนชายเที่ยวสยาม]
“แต่ผมแค่ไปเที่ยวกับเพื่อนเหมือนปกตินะครับ” มิวตอบอย่าเซ็งๆ
“พี่ไม่รู้นะ แต่พี่เตือนแล้ว พี่บอกไปแล้วว่าให้มิวเก็บตัวช่วงนี้ แล้วนี่อะไร มิวไม่ฟังพี่เลย มิวอยากทำไหมงานเพลงเนี่ย”
“ผมขอโทษครับพี่ ผมไม่รู้ว่ามันจะเป็นเรื่องเป็นราวได้ ผมก็แค่จะไปซื้อ…”
“พอมิว เอาเป็นว่าพี่เข้าใจแล้ว แต่พี่ขอว่าคราวหลังอย่าให้มีเรื่องอย่างนี้อีก พี่พูดอะไรบอกอะไรขอให้ฟัง จะได้ไม่มีเรื่องอะไรอีก เข้าใจไหม”
“ครับพี่” มิวตอบน้ำเสียงจ๋อยสนิท
“นี่ยังดีนะ ที่เป็นหนังสือพิมพ์บันเทิงเล็กๆ ฉบับเดียวที่เขียน พี่จะไม่พูดอะไรมากแล้วนะ มิวรับภาระอะไรอยู่ มิวมีวง มีเพื่อน มิวต้องเข้าใจจุดนี้ด้วย ว่าเดี๋ยวนี้มิวไม่ใช่เด็กนักเรียนเด็กวัยรุ่นธรรมดาๆ แล้ว”
“ครับผมเข้าใจ” มิวตอบเสียงเศร้า
“ถ้ามีเรื่องอีก พี่จะพักโปรเจคออกัส แล้วก็หยุดการโปรโมต เอาล่ะมีอะไรจะพูดไหม”
“ไม่มีครับ”
“ถ้าไม่มีก็ออกไปซ้อมได้แล้ว”
มิวเดินคอตกออกจากห้องไป เพื่อนๆ ในวงที่แนบหูฟังอยู่หน้าห้องรุมถามจนฟังไม่ได้ศัพท์
มิวขออยู่คนเดียวสักพัก บอกเพื่อนๆ ว่าเดี๋ยวจะกลับมาซ้อมต่อ มิวเดินอย่างหมดอาลัยตายอยากไปที่บันไดหนีไฟ มิวหลังพิงกำแพงแล้วทรุดตัวลงไปนั่งก็พื้น เอามือกุมหัวน้ำตาคลอเบ้าแต่ก็ไม่ไหลออกมา อยากจะร้องก็ร้องไม่ออก ความทุกข์ ความสับสนมันอัดอยู่ข้างใน
ตื๊ด~ตื๊ด~ เสียงโทรศัพท์ของมิวดังขึ้น มิวมองที่หน้าจอเห็นว่าเป็นชื่อโต้งที่โทรมา
มิวรับโทรศัพท์ สูดลมหายใจเข้าลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วคุยตอบไป
“ว่าไงโต้ง”
“ไม่มีอะไร โทรมาเฉยๆ แล้วนี่อยู่ไหนน่ะ”
“อ๋อ อยู่บริษัท วันนี้ซ้อม” มิวคุยตะกุกตะกัก เพราะตั้งกลั้นไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา
“อืมๆ ยังไงก็ดูแลสุขภาพด้วย ฟังเสียงมิวไม่ค่อยดีเลย ไม่สบายหรือเปล่า”
“อืม เป็นหวัดนิดหน่อยน่ะ ช่วงนี้เราซ้อมเยอะ คงได้เจอกันนะโต้ง”
“ไม่เป็นไร แล้วไว้โทรหานะ”
“โต้ง… มิว ไม่มีอะไรหรอก แค่นี้นะ”
“อืมๆ บายนะ” โต้งวางหูไปแล้ว ความรู้สึกเดียวดายและอ้างว้างโหมเข้าซัดจิตใจมิวอีกครั้ง ความทุกข์ที่มากมายนี้จะบอกใครก็ไม่ได้ เขาต้องแบกมันไว้คนเดียว คนที่รักก็ไม่สามารถไปหาได้ แถมยังมีภาระหน้าที่อีกมากมายที่จะต้องรับผิดชอบ มิวก้มหน้าลงกับเข่าตัวเองแล้วร้องไห้ออกมา น้ำตาไหลอย่างไม่หยุดยั้ง เสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นดังอย่างไม่ขาดระยะ จากก้นบึ้งของหัวใจหลั่งไหลออกสู่ภายนอก ณ บันไดหนีไฟนี้มิวรู้สึกเหมือนทั้งโลกเหลือตัวเขาเพียงคนเดียว
มิวเดินตัวลอยเข้าไปในห้องซ้อมเพื่อนๆ ซ้อมเพลงคืนอันเป็นนิรันดร์กันอยู่ มิวเดินเข้าไปนั่งลงดูเพื่อนๆ ซ้อมอย่างเหม่อลอยจนจบเพลง
~เหมือนว่าเราจะมอง ไม่เห็นหนทางใด
ตกอยู่ในความมืดบอด ตกอยู่ในห้วงใจที่อ่อนไหว
เหมือนจะเป็นกลางคืนอันยาวนาน เมื่อฟ้าไม่มีแสงใด
มองไปรอบกาย หัวใจก็พลัน หวาดกลัว
ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที
จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม
แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันยังที่ฉายในวันต่อไป
แต่ไม่รู้ต้องรอเมื่อไหร่ หรือใจเราคงจะอยู่กับคืนอันเป็นนิรันดร์
ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที
จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม
แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันยังฉายในวันต่อไป
เมื่อเรามีเช้าวันใหม่ หวังใจว่าจะมีหนทาง
เมื่อทุกข์ในวันเมื่อวานคืนกลับมาหาใจอันอ่อนแอ
เหตุที่ใจแพ้ เพราะเราต่างหากที่แพ้ใจ
ความทุกข์จึงเป็นกลางคืนอันยาวนาน แต่แล้วมันจะผ่านไป
ตราบใดเวลายังหมุนผ่าน ความทุกข์จะผ่าน เพราะไม่มีคืนใดเป็นนิรันดร์
วันคืนต้องผ่าน นั่นคือเวลาอันเป็นนิรันดร์~

เอ็กซ์เดินเข้ามาหามิวเป็นคนแรก ตามด้วยเพื่อนๆ คนอื่นๆ ในวง
“เป็นอะไรวะมิว ไม่สบายหรือเปล่า” เพื่อนๆ ในวงถาม มิวไม่ตอบอะไร แค่ส่ายหน้าเล็กน้อย
“พี่ๆ เขาว่าอะไรเหรอพี่มิว” เพชรถามอย่างเป็นห่วง มิวยังเงียบอยู่
“มิว ถ้าเรื่องข่าวพวกกูรู้แล้วล่ะ กูเห็นแล้ว ถ้ามันก็แค่ข่าวว่ะ” เอ็กซ์บอกหัวเสีย
“ช่างมันเหอะ กูก็ไม่ได้ใส่ใจหรอก ซ้อมกันต่อดีกว่า” มิวบอกน้ำเสียงเรียบเฉย
เอ็กซ์มองหน้าเพื่อนอย่างห่วงใย แล้วหันไปมองคนอื่นๆ ในวง “เอ้าๆ ซ้อมโว้ย ซ้อม”
การซ้อมผ่านไปอย่างยากลำบาก มิวร้องไม่ออกบ้าง ไม่เต็มเสียงบ้าง การซ้อมวันนี้จึงจบลงก่อนครบเวลา

“มีอะไรก็บอกกูได้นะ กูเพื่อนมิว ยังมีกูอยู่”
“กูไม่รู้จะพูดยังไงดี ทำไมกูถึงเป็นคนทำให้อะไรๆ แย่ลงทุกที”
“โทษตัวเองมากไป มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอก”
“แล้วมันอย่างไหน พี่ขาบอกว่าถ้ากูมีข่าวอีก เขาอาจพักวงเรา” เอ็กซ์นิ่งไปครู่หนึ่ง
“เราเป็นนักดนตรีนะมิว เราขายดนตรี เรื่องส่วนตัวมันก็อีกเรื่องนึง”
“พูดง่ายแต่ทำยาก คนในวงซ้อมกันแทบตาย พังเพราะกูคนเดียว” มิวพวกเสียงเครือ
“ยังหรอก วงไม่มีวันพังเชื่อกูสิ” เอ็กซ์ลูบหัวเพื่อนอย่างปลอบโยน มิวหันมามองหน้าเพื่อนเชิงขอบใจ
“นี่มันอะไรโต้ง” สุนีย์ถือหนังสือพิมพ์บันเทิงเข้าไปหาโต้งในห้องนอนทันทีหลังกลับมาจากที่ทำงาน
“อะไรอ่ะแม่” โต้งถามด้วยความงุนงง
“ทำไมเหรอ แม่เคารพการตัดสินใจของโต้ง แต่โต้งก็ต้องรักษาน้ำใจแม่บ้าง”
โต้งหยิบหนังสือพิมพ์มาดู เห็นข่าวของเขาและมิว
“วันนี้แม่ตอบคำถามที่บริษัททั้งวัน มีแต่คนเดินมาถามแม่ โต้งจะให้แม่ตอบเขายังไง”
“ก็แค่ไปเดินซื้อของ...เป็นเพื่อนกัน แล้วเขาก็พูดกันไปเอง”
“โต้งต้องระวังกว่านี้ ถ้าพ่อรู้พ่อจะรู้สึกยังไง กว่าเราจะมาอยู่ที่จุดนี้ได้…”
“โต้งรู้ รู้ว่าโต้งต้องทำอะไรเพื่อใคร แม่ไม่ต้องห่วงหรอก”
“ก็ดี แม่พูดเพราะแม่เป็นห่วง ทั้งโต้ง ทั้งพ่อ แม่แค่ไม่อยากให้ใครโดนทำร้าย”
“โต้งจะเป็นห่วงทุกคนมากกว่านี้” สุนีย์เดินออกจากห้องไป “ยกเว้นตัวเอง” โต้งพึมพำออกมา
“แม่เขามาว่าอะไรล่ะโต้ง” กรเดินเข้ามาถามลูกชายด้วยความเป็นห่วง
“เรื่องทั่วไปน่ะพ่อ” โต้งตอบน้ำเสียงเรียบเฉย แต่สีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ถ้าทุกข์นักก็วางมันซะ พักเสร็จแล้วค่อยหาทางไปต่อ”
“ถ้ามันไม่มีทางให้ไปล่ะพ่อ”
“มีสิทางมันต้องมีให้ไปอยู่แล้ว”
“แล้วถ้าทางที่ต้องไปกับทางที่ต้องการมันอยู่คนละเส้นกันล่ะพ่อ”
กรนั่งลงกอดลูกชาย “ทำตามใจเถอะโต้ง ถ้ามันไม่ใช่ทางที่เลวร้ายทำไปเถอะ เราไม่ได้กอดกันนานแค่ไหนแล้วนะ” โต้งมองหน้าพ่ออย่างมีความนัยน์จะบอก แต่ก็ไม่มีคำพูดใดออกไป
ความสับสนพุ่งเข้าหาโต้งอีกครั้ง เขาเลือกในสิ่งที่ต้องการแล้ว แต่ทางที่เขาเลือกเดินนั้นไม่สามารถเดินไปได้ เขาควรจะทำอย่างไรดี
โต้งเดินออกไปอาบน้ำ กรกำลังจะเดินออกนอกห้องเจอหนังสือพิมพ์วางอยู่จึงหยิบมาดู เห็นข่าวมิวกับโต้งแล้วช๊อคไปครู่หนึ่ง วางหนังสือพิมพ์ไว้ที่เดิมแล้วค่อยๆเดินออกจากห้องไป
วันต่อมาวงออกัสมีคิวถ่ายมิวสิควีดีโอ ทุกคนไปรวมตัวกันที่สถานที่ถ่ายทำเป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง
“ตามเรื่องมิวต้องร้องเพลงบอกรักแฟน เนื้อเรื่องมีง่ายๆแค่นี้เข้าใจไหม แค่ปล่อยอารมณ์ไปตามเพลง”
“ครับ” มิวตอบคำพูดเรียบเฉยๆ
“เอ้า แล้วนางเอกมิวสิคมาหรือยัง”
“มาแล้วค่ะพี่ แต่งหน้าอยู่ทางนู้น”
“เดี๋ยวมิวไปแต่งหน้าทำผมพร้อมกันเลยดีกว่าไป จะได้พูดคุยอะไรกันกับนางเอกก่อนด้วย จะได้สนิทๆ กันหน่อย”
“แล้วคนอื่นๆ ไปแต่งหน้าทำผมให้เรียบร้อยเลยนะ ไม่ต้องทำไรมากวันนี้ เล่นๆไปเหมือนที่เคยเล่นแค่นั้นเอง”
มิวเดินตามพี่สตาฟไปแต่งหน้าทำผม เมื่อเดินไปถึงเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งแต่งหน้าอยู่ คาดว่าน่าจะเป็นนางเอกมิวสิค มิวจึงยกมือไหว้ทักทายทุกคนและทักทายผู้หญิงคนนั้น
“สวัสดีครับ เราชื่อมิวนะ”
“หวัดดี เราโดนัท” มิวเห็นหน้าโดนัทแล้วรู้สึกคุ้นๆ จนจำได้ว่าเคยเจอที่สยาม
“เราว่าเราคุ้นหน้าเธอนะ”
“คงเคยเจอกันมั้ง โดนัทเดินเล่นแถวสยามบ่อย”
“อืมเราก็ไปที่นั่นบ่อย” มิวตอบไป
โดนัทชวนคุยนู่นคุยนี่ไปเรื่อย มิวก็ตอบไปเรื่อยจนทั้งสองคนแต่งหน้าทำผมเสร็จ

“คัทๆๆๆๆ มิว มิวเอาซักอย่างสิ จะหวาน จะก้อร่อก้อติก ไม่ใช่เฉยไร้อารมณ์อย่างนี้”
“ครับๆ ขอโทษครับ”
“เอาใหม่นะ” ………………………………………………………
การถ่ายทำผ่านไปเรื่อยๆ จนแดดหมด
“เอาเท่าที่ได้นี่แหละ” แดดหมดแล้ว ถือซะว่าหน้าใหม่แล้วกัน ผู้กำกับสั่งเลิกกอง เก็บของไปถ่ายต่อที่สตูดิโอ
“มิวเขินโดนัทเหรอ ถึงเล่นไม่ออก”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก”
“แล้วยังไงล่ะ หรือว่ามิวไม่เคยมีแฟน”
“ทำนองนั้นมั้ง”
“มิวนี่ประหลาดดีเนอะ ถามคำตอบคำ”
“เราไม่ค่อยมีอารมณ์น่ะ”
“เครียดเหรอ มีอะไรคุยกับโดนัทได้นะ”
“ขอบใจนะ”
“เฮ้ยมิว น้ำเว้ย กูเอาไว้ให้ เดี๋ยวจะได้ขึ้นรถ” เอ็กซ์ตะโกนเรียก
“เอาน้ำไหมเดี๋ยวเราเอามาให้” มิวบอกโดนัท
“อืม ก็ดีเหมือนกัน” โดนัทตอบพร้อมยิ้ม
มิวเดินกลับมา พร้อมส่งน้ำให้โดนัท
“ขอบใจนะ มิวนี่สุภาพบุรษดี”
“เหรอๆ แล้วนี่กลับยังไงล่ะ มืดแล้วนะ”
“อ๋อโดนัทก็มีถ่ายที่สตูด้วยเหมือนกัน”
“มิว โดนัทขึ้นรถเร็ว” เสียงพี่สตาฟเรียกให้ขึ้นรถได้ ส่วนรถตู้อีกคันขนวงออกัสคนอื่นๆ ออกไปก่อนแล้ว
มิวกับโดนัทขึ้นรถไปคุยกันไปเรื่อยๆ ตลอดทาง จนมีเสียงโทรศัพท์ของมิวดังขึ้น ปรากฏเป็นชื่อโต้ง
“ว่าไงโต้ง”
“ทำไมวันนี้ไม่รับโทรศัพท์เลยล่ะ”
“วันนี้มีงานน่ะ ถ่าย mv ทั้งวันเลย นี่ยังต้องไปถ่ายต่ออีก”
“เสียงเหนื่อยๆ นะ รักษาสุขภาพด้วย”
“อืม ขอบใจนะ”
“มิวเห็นข่าวหรือยัง”
“อืม เห็นแล้ว” มิวตอบน้ำเสียงเรียบเฉย
“ไม่เป็นไรนะ” โต้งถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่หรอก เราไม่คิดมากกับเรื่องพวกนี้หรอก ตลกดีออก” มิวฝืนหัวเราะแข็งๆ ออกไป
“แป๊บนึงนะมิว………..เดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะมิว ที่บ้านไม่รู้เสียงดังโวยวายอะไรกัน”
“อืมๆ หวัดดี” มิววางโทรศัพท์แล้วถอนหายใจยาว
“มิวมีเพื่อนชื่อโต้งด้วยเหรอ” โดนัทถามอีกครั้งหลังจากที่มิววางโทรศัพท์
“อืม ใช่”
“โดนัทก็มีเพื่อนเก่าชื่อนี้นะ แต่คงไม่ใช่คนเดียวกันหรอกมั้ง”
“ไม่รู้สิ” มิวตอบพลางถอนหายใจอีกครั้งแล้วหลับตาลง
“ทำไมคุณถึงกินเหล้าอีก” เสียงสุนีย์ตะโกนใส่กร
“ผมเครียด ผมก็กินเหล้า แล้วไงล่ะ” กรตอบเสียงอ้อแอ้แต่ดูดุดัน
“คุณมีอะไรต้องเครียดอีก อยู่บ้านดูแลบ้านนี่นะเครียด ก็บอกมาสิ ชั้นจะได้เป็นคนทำ”
“ไม่เกี่ยวหรอก”
“แล้วมันเรื่องอะไรกัน กว่าคุณจะเลิกมันได้ กว่าคุณจะมีสุขภาพกลับมาได้ แล้วคุณยังกลับไปกินอีก”
“อย่ามายุ่งได้ไหม” กร พูดด้วยน้ำเสียงรำคาญ และผลักสุนีย์ออกไปให้พ้นทาง
“มีอะไรทำไมไม่พูดเล่า ใครมันจะไปรู้ว่าเป็นอะไรกันไป” สุนีย์พูดเสียงดัง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธ
“คุณอยากพูดให้ผมฟังเหรอ ผมมันเป็นโง่ของบ้านนี้”
“คุณพูดอะไรของคุณเนี่ย ชั้นงงไปหมดแล้ว”
“คุณรู้เมื่อไหร่ ว่า…ว่าโต้งมันเป็น…เป็นเกย์” กรถามด้วยเสียงสั่นเทา โต้งลงมาทันได้ยินประโยคนี้พอดี
“คุณว่ายังไงนะ”
“ผมถามว่าคุณรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าโต้งมันเป็นเกย์” กรตะคอกเสียงดัง
“คุณไปเอามาจากไหน คุณพูดได้ยังไงว่าลูกเป็นแบบนั้น” สุนีย์เปลี่ยนน้ำเสียง พยายามถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่เสียงยังคงสั่น
“ผมเห็นหนังสือพิมพ์เมื่อวานที่คุณไปว่าโต้งในห้อง ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกว่าคุณว่ามันเรื่องอะไร แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วล่ะ”
“มันไม่ใช่”
“ไม่ใช่อะไร จะโกหกอะไรกันอีก ผมเห็นโน้ตที่เจ้ามิวเขียนให้โต้งด้วย”
“โน้ตอะไร” สุนีย์ถามด้วยสีหน้าสงสัยปนร้อนใจ
“พ่อค้นห้องโต้งเหรอ”โต้งตะโกนมาอย่างไม่พอใจ
“ถ้าชั้นไม่ค้นห้องแกชั้นจะรู้ไหม ว่าแกมันเป็นยังไง”
“แล้วมันเป็นยังไงล่ะ” โต้งเสียงแข็งใส่
“แก…แกมันตัวอุบาทว์ แกทำตัวน่าเกลียดน่าขยะแขยงแบบนี้ได้ยังไง”
“พอเถอะคุณ ค่อยๆ พูดกันนะ โต้งขึ้นไปข้างบนก่อนลูก” สุนีย์หันมาบอกโต้งน้ำตาไหล พร้อมจะเดินเข้าไปโอบตัวกรให้ใจเย็นลง
“ไม่ต้องมายุ่ง” กรผลักสุนีย์กระเด็นไปกองอยู่ที่พื้น โต้งรีบวิ่งเข้าไปพยุงแม่
“แกจะไปเป็นตุ๊ดเป็นเกย์อะไรกันแกไปที่อื่น ไม่ใช่ที่นี่”
“โต้งก็แค่รัก…”
“รัก เริกอะไรกัน ผู้ชายรักกันมันก็ตุ๊ดเหมือนกันหมดแหละ แกอย่ามาอ้างรักเริกอะไรของแกเลย” กรตวาดเสียงดังขึ้น
“พ่อก็ดีแต่ใช้กำลัง กินเหล้า เคยสนใจคนอื่นไหม เคยสนใจหัวใจของคนอื่นมั่งไหม”
“สนใจลูกที่ทำตัวชั่วๆ อย่างนี้น่ะเหรอ สนใจแม่ที่มันปกป้องให้ลูกทำชั่วน่ะเหรอ” กรตวาดใส่โต้งเสียงดัง
“แม่ไม่เกี่ยว อย่าไปทำแม่สิ ถ้าจะทำก็ทำโต้งคนเดียว” โต้งตะโกนใส่หน้ากร
“นี่แน่ะทำแกคนเดียว” กรตบหน้าโต้งอย่างจัง “แกจะไปไหนก็ไปชั้นไม่อยากเห็นหน้าแก” กรตกใจกับการกระทำตัวเองเหมือนกัน
โต้งอึ้งไปครู่หนึ่ง น้ำตาไหลออกมา สุนีย์กรีดร้องวิ่งเข้ามาทุบตีกรแล้วกรกอดไว้พลางบอกให้โต้งขึ้นไปข้างบนก่อน โต้งกัดฟันแล้วยิ้มอย่างโกรธแค้นแล้ววิ่งขึ้นห้องไป
สุนีย์นอนเป็นลมหมดสติอยู่ที่โซฟา กรนิ่งกินเหล้าอยู่ใกล้ๆ กันนั้น พักใหญ่โต้งเดินลงมาพร้อมเป้ใบหนึ่ง และถือตุ๊กตาของมิวไว้ในมือ
“นี่แกจะไปไหน” กรตะโกนถามโต้ง โต้งไม่ตอบอะไร เดินผลุนผลันออกนอกบ้านไปทันที

“หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดติดต่อได้ในขณะนี้….” โต้งซึ่งอยู่หน้าบ้านมิว กดโทรศัพท์หามิวเป็นสิบๆ รอบแต่ยังคงติดต่อไม่ได้ มองไปที่บ้านหญิงก็มืดสนิท โต้งตัดสินใจโทรหาหญิง
“มีอะไรเหรอโต้งโทรมาตอนดึก”
“หญิงอยู่บ้านหรือเปล่า”
“นี่เรามาหาญาติที่ต่างจังหวัดน่ะ มีอะไรเหรอ”
“อ๋อเปล่าๆ ไม่กวนแล้วล่ะนะ” โต้งวางสายทอดสายตามองไปตามทางที่มืด เงียบ วังเวงและดูว่างเปล่าเหมือนจิตใจของโต้งเอง
ที่สตูดิโอ การถ่ายทำ mv ยังคงดำเนินต่อไปในลายร้อง โดยมีให้โดนัทเข้ามาร่วมแจมบ้าง ถ่ายจนเช้าจึงถ่ายเสร็จ รถตู้คนที่ไปทางเดียวกันก็นั่งไปด้วยกัน โดนัท มิว และเอ็กซ์นั่งไปด้วยกัน เอ็กซ์นอนตรงกลางสุด มิวกับโดนัทนั่งเบาะแถวหน้า โดนนัทหลับไปแล้ว มิวเอาผ้าห่มที่อยู่ในรถมาห่มให้โดนัท โดนัทรู้สึกตัวแต่แกล้งทำเป็นหลับต่อ และแอบอมยิ้ม
มิวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูปรากฏว่าแบตหมด จึงเก็บใส่กระเป๋าไว้อย่างเดิม รถมาจอดที่บ้านโดนัท โดนัทลงรถไปบอกลาเอ็กซ์ จากนั้นหันมาทางมิวและบอกว่า “ขอบคุณนะ”
มิวพยักหน้ารับอย่าง งงๆ และยิ้มให้ เอ็กซ์มองหน้าทั้งสองคนสลับไปมา ประตูรถปิดลง โดนัทโบกมือลาจนรถตู้ขับออกไป
“กูว่าโดนัทชอบว่ะ” เอ็กซ์โดดมานั่งเบาะแถวหน้ากับมิว
“เฮ้ย จะบ้าเหรอก็แค่คุยกันเยอะสุดเลยสนิทกัน” มิวตอบขำๆ
“ไม่แน่นะมิว อย่าไว้ใจผู้หญิง อาจไปทำอะไรโดนใจเขาเข้าให้ก็ได้”
“ไม่พูดกับแล้วเอ็กซ์ ปากเหม็น”
เอ็กซ์ตบหัวมิวไปทีนึง
รถมาส่งถึงบ้านมิว มิวสังเกตมีก้นบุหรี่อยู่หน้าบ้าน มิวทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยและเข้าบ้านไป เมื่อขึ้นถึงห้องมีข้อความเข้าว่าโต้งโทรหาคุณจำนวน 15 ครั้ง โทรกลับไปที่เครื่องโต้งแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ มิวกระวนกระวายใจอย่างมากตัดสินใจเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วจะออกตามหา

ขณะที่มิวกำลังจะเดินออกจากบ้านสุนีย์ขับรถมาหาพอดี มีรอยเขียวช้ำตามแขนปรากฏให้เห็นอยู่ประปราย
“มิว โต้งได้มาที่นี่หรือเปล่า” สุนีย์ถามโต้งด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“เปล่าครับน้านีย์ ผมเพิ่งกลับจากทำงานมาเหมือนกัน” มิวตอบด้วยน้ำเสียงแปลกใจ แต่สีหน้าร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด
“แล้วโต้งติดต่อมามั่งไหมมิว” สุนีย์ถาม น้ำเสียงสั่นเครือ
“โต้งโทรมาแต่ผมแบตหมดครับเลยไม่ได้รับ โทรกลับไปก็ไม่ติด มีอะไรหรือเปล่าครับน้านีย์” มิวถามอย่างร้อนใจ
“มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ นี่เบอร์น้านะ ถ้าโต้งติดต่อมาให้โทรมาหาน้าด่วนเลยนะ” สุนีย์ยื่นนามบัตรตัวเองให้มิวรับไว้
“ครับๆ” มิวตอบ ตอนนี้จิตใจมิวไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว
สุนีย์กลับไปแล้ว มิวลืมง่วงเป็นปลิดทิ้งรีบออกไปตามหาโต้งทันที เป้าหมายคือที่สยาม
มิวเดินซอกแซกไปทั่วสยาม สลับกับการที่ต้องหยุดพูดคุยกับแฟนเพลงที่เข้ามาทักทายบ้างเป็นครั้งคราว มิวเดินไปจนเย็นก็ยังไม่เจอ เขานั่งพักที่ร้านไอศกรีมสั่งกาแฟมากินแก้วหนึ่ง ขณะนั่งพักมิวก็ยังคงนั่งหันหน้าออกไปนอกร้าน เพียงหวังว่าโต้งอาจจะเดินผ่านมา แต่คนที่เดินผ่านมากลับเป็นโดนัทแทน โดนัทเห็นมิวยิ้มและโบกมือทัก แล้วเดินเข้ามาในร้านนั่งลงข้างๆ มิว
“มาเดินเล่นเหรอมิว” โดนัทถามเสียงสดใส
“อืม ทำนองนั้นแหละ” มิวตอบแบบขอไปที
“มากับใครล่ะมิว”
“คนเดียวน่ะ”
“โดนัทก็มาคนเดียว เบื่อๆ เลยออกมาเดินเล่นน่ะ มิวเดินดูของเป็นเพื่อนโดนัทหน่อยสิ”
“แต่ว่า…”
“ถ้ามิวไม่ว่างก็ไม่เป็นไร เดินกับโดนัทมันคงน่าเบื่อ โดนัทเดินคนเดียวก็ได้”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ คือว่า…”
“งั้นก็แปลว่ามิวไม่ปฏิเสธ โอเคงั้นเราไปกันเถอะเดี๋ยวจะมืด” โดนัทดึงแขนมิวออกจากร้านไป
มิวไม่กล้าปฏิเสธออกไปตรงๆ เลยต้องเดินเป็นเพื่อนโดนัทไปพลางชะเง้อมองหาโต้งไปพลาง
แต่ก็ไม่เจอแม้แต่เงา มิวกับโดนัทเดินไปจนถึงหน้าร้านของเล่น มีตุ๊กตาไม้ที่ไม่มีจมูกตั้งโชว์อยู่โดยไม่ติดป้ายราคา มิวหยุดเดินและยืนดูตุ๊กตาไม้อย่างตั้งใจพร้อมถอนหายใจออกมา
“มิวชอบตุ๊กตาไม้นี่เหรอ”โดนัทถาม
“อืม ก็น่ารักดี”
“ทำไมพวกผู้ชายนี่ชอบตุ๊กตาไม้กันเยอะจังนะ” โดนัทพูดพลางขมวดคิ้วใส่มิวเชิงสงสัย
“ไม่รู้สิ เพราะมันทำให้เรารู้สึกดีมั้ง” มิวตอบโดนัททั้งที่ตายังจ้องไปที่ตุ๊กตา ยิ้มเล็กน้อยแต่สีหน้าเป็นกังวล
โดนัทชวนมิวเดินต่อไปเรื่อยๆ จนประมาณหนึ่งทุ่มก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
มิวกลับมาถึงบ้านเห็นบ้านหญิงเปิดไฟจึงไปเรียกหญิง หญิงและมิวนั่งคุยกันในบ้านชั้นล่าง มิวเล่าเหตุการณ์ต่างๆพอที่มิวทราบให้หญิงฟัง
“เดี๋ยวหญิงโทรเช็คกับเพื่อนๆ ก่อนว่าโต้งได้ไปหาพวกลุ่มเพื่อนโรงเรียนโต้งหรือเปล่า” หญิงตอบกระตือรือร้น แล้วรีบกดโทรศัพท์หาเพื่อนสองสามคนที่น่าจะพอรู้ความเคลื่อนไหวของโต้ง แต่เมื่อโทรหมดแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า “ไม่มีใครรู้เลยมิวนอกจากพวกนั้นเราก็ไม่รู้แล้วว่าโต้งจะไปที่ไหนได้อีก”
มิวหน้าตาเป็นกังวลอย่างมาก มองไปที่รูปโต้งตอนเด็กที่อยู่บนเปียโน
ที่บ้านของโต้งสุนีย์รับโทรศัพท์บ้านปรากฏว่าเป็นเสียงโต้งสุนีย์ดีใจมาก
“แล้วโต้งอยู่ไหนล่ะลูก เดี๋ยวแม่ไปรับ”
“ยังก่อนดีกว่าแม่ โต้งโทรมาบอกว่าโต้งโอเค แม่เป็นยังไงบ้าง”
“ไม่เป็นไร แม่เป็นห่วงนะโต้งโต้งเข้าใจไหม กลับบ้านเถอะลูก”
“พ่อคงไม่อยากให้โต้งกลับไป เขาทำอะไรแม่หรือเปล่า”
“ก็กินเหล้าหลับไปทุกวันแหละ โต้งอย่าไปโกรธพ่อนะ พ่ออาจจะยังรับไม่ได้อยู่”
“เหรียญหมดแล้วแค่นี้ก่อนนะแม่ ไว้วันหลังโต้งจะโทรไปหาใหม่”
“โต้ง เดี๋ยวก่อน โต้ง” สุนีย์ตะโกนตามสายโทรศัพท์น้ำตาคลอ สายตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและกังวล
“โต้ง อยู่ไหนลูก มาหาพ่อทีสิลูก อย่าหนีพ่อไปอีกคนนะ” กรละเมอรำพึงรำพัน สุนีย์มองด้วยความท้อใจ
…………………………………………………………………………………………

เวลาผ่านไป 6 วันหลังจากโต้งหนีออกจากบ้านไป ครั้งสุดท้ายที่โต้งโทรเข้าบ้านก็ไม่มีใครได้รับข่าวคราวของโต้งอีกเลย มิวมีคิวซ้อมตามปกติ mv ที่ถ่ายกับโดนัทมีคิวออกอากาศวันนี้ โดนัทมาหามิวที่บริษัทบ่อยขึ้นและมักชวนมิวไปที่สยาม ซึ่งมิวก็ไปประจำเพื่อตามหาโต้ง จนมีข่าวตามหนังสือพิมพ์และหนังสือซุปซิปว่ามิวกับโดนัทเป็นแฟนกัน ทำให้ทางบริษัทของมิวพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ฉวยโอกาสเอาข่าวนี้กลบข่าวเก่าระหว่างมิวกับโต้งไป
“นั่นไง ข่าวเก่าไม่จบ ข่าวใหม่มาแล้ว”
“ข่าวอะไรของวะเอ็กซ์” เพื่อนในวงถามขึ้นมา
“ก็ข่าวมิวกับโดนัทน่ะสิ” เพื่อนในวงมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บางคนพ่นสำลักขนมที่กินอยู่
“แล้วเป็นไงมั่งวะมิว เดี๋ยวนี้ซึมเอาๆ เดี๋ยวๆ ก็ดี เดี๋ยวๆ ก็ซึม” เพื่อนในวงหันไปถามมิว
“ไม่เป็นไงหรอก” มิวตอบอย่างไร้อารมณ์
“ไปนั่งดู mv ที่ห้องพักกันเถอะเดี๋ยวค่อยมาซ้อมต่อ จะได้เวลาออนแอร์วันแรกแล้วว้อย” เพื่อนในวงคนเดิมกล่าว ทุกคนในวงทยอยเดินออกไป เหลือมิวที่ยังคงนั่งเงียบๆ อยู่ในห้องนั้น เอ็กซ์เดินย้อนกลับมาพร้อมน้ำอัดลมในมือ
“เอ้า มิวแดกซะจะได้ลืมๆไปมั่ง”
“ทำอย่างกับส่งเหล้าให้กูกิน”
“จะแดกไหมล่ะ จะทำอะไรก็ทำให้หายเป็นอย่างนี้ กูเป็นห่วงนะโว้ย”
“บ้านโต้งแตกเป็นเสี่ยงๆ เพราะกู ตอนนี้วงก็ลุ่มๆ ดอนๆ เพราะกู ตัวซวย” มิวสบถด่าตัวเอง”
“นิสัยโทษตัวเองของ เมื่อไหร่จะหายวะ เรื่องโต้งมันก็ส่วนของโต้ง เรื่องกส่วนของ ไม่ใช้ superman นะว้อยจะได้คอยช่วยเหลือปกป้องได้ทุกคน ตอนนี้สิ่งที่อยู่ข้างหน้าคือวง ต้องเลือกแล้วล่ะ ว่าจะทำอะไร ระหว่างทำหน้าที่ข้างหน้าหรือว่าจมอยู่กับใจที่มืดมน”
“อืม ขอบใจนะ” มิวพูดพลางกระดกน้ำอัดลมใส่ปากอย่างไม่ยั้ง
…………………………………………………………………………………………

“ขอบคุณนะครับพี่ ที่ให้ผมมารบกวน” โต้งตอบพลางกินมาม่าไป
“ไม่เป็นไร ยังไงก็พี่น้องกัน เรียนที่เดียวกัน”
“ผมจะได้เรียนหรือเปล่ายังไม่รู้เลย” โต้งวางชามมาม่าลง
โต้งกับผู้ชายอีกคนนั่งคุยกันอยู่ในห้องพักแห่งหนึ่งใกล้ๆ มหาวิทยาลัยที่โต้งสอบติด
“พี่ว่าโต้งโทรกลับไปให่แม่มารับดีกว่านะ ถามก็ไม่ตอบว่ามีเรื่องอะไร เกิดโต้งไปทำอะไรผิดกฎหมายมาพี่ก็ยุ่งสิวะ”
“ไม่ใช่อย่างงั้นหรอกพี่เต้”
“โทรศัพท์ก็เขวี้ยงซะพัง แล้วพ่อกับแม่จะติดต่อมายังไง”
“ผมโทรกลับไปหาแม่ที่บ้านแล้วล่ะ”
เต้เป็นรุ่นพี่ของโต้งที่เคยเจอกันที่มหาวิทยาลัย ทำงานพิเศษเป็นพนักงานร้านไอศกรีม บังเอิญเจอกับโต้งตอนที่โต้งไปเดินแถวสยาม โต้งเลยขอมาอาศัยอยู่ชั่วคราว เต้เป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งถึงขนาดเป็นเดือนคณะ ผิวขาวจากการที่เป็นคนเหนือมาแต่กำเนิด พอสอบติดก็เข้ามาเรียนที่กรุงเทพและอยู่หอคนเดียว
“หลักฐานอะไรก็ไม่มี แล้วจะไปทำงานได้ไงวะพี่ไม่เข้าใจ”
“ลองดูแหละ ให้อยู่เฉยๆ เกรงใจ”
เต้หันไปเปลี่ยนช่องจากข่าวเป็นรายการเพลง
“วันนี้เราจะออกอากาศ mv ตัวนี้เป็นที่แรกที่นี่เลยนะครับ เพลงของวงออกัสที่ hit จนติดอันดับ 1 ในหลายๆคลื่นแล้ว ยังไงเราไปชมกันเลยดีกว่า กับเพลง กันและกัน”
~ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม…
โต้งนั่งมองตาไม่กระพริบ
“ชอบเหรอโต้ง พี่ก็ชอบนะเพลงนี้ พี่ฟังตั้งแต่วงนี้ไปงานคอนเสิร์ตคริสมาสต์ที่สยามเลยนะ”
โต้งไม่ตอบ แต่ยังคงนั่งฟังเพลงและดูโทรทัศน์ตาไม่กะพริบ ตกใจเล็กน้อยที่นางเอก mv เป็นโดนัท แต่ก็ไม่ใช่สลักสำคัญอะไรที่โต้งจะไปคิดในตอนนี้ เพราะใจโต้งคิดถึงมิวมาก แต่ถ้าเขาไปหามิวแม่หรือพ่อจะตามไปเจอและส่งให้มิวมีปัญหาได้ พอเพลงจบลงโต้งยังคงเหม่อลอย
“เฮ้ย เป็นอะไรพี่คุยด้วยไม่คุย”
“อ้อ ป่าวๆ พี่เต้ว่าอะไรนะ”
“พี่บอกว่า ไม่รู้ว่ารักจริงหรือโปรโมทนะ ลงแทบทุกฉบับเลยว่านักร้องนำกับนางเอก mv เป็นแฟนกัน”
“เหรอ” โต้งซึมลงนิดหน่อย
“นี่ไงหนังสือเล่มนี้พี่ยืมที่ร้านมา ลงปกเลยนะ มีรูปตอนไปเที่ยวสยามกันด้วย”
“เป็นอะไรวะ ทำหน้าอย่างกับอกหัก”
“ไม่มีอะไรหรอกพี่ ไปเหอะพี่เต้เดี๋ยวกว่าจะคุย พี่เต้เข้างานอีก”โต้งชวน
“เออพี่เปลี่ยนเสื้อแป๊บ” โต้งออกไปยืนรอที่หน้าห้อง ครู่หนึ่งเต้ที่เปลี่ยนเป็นชุดพนักงานร้านไอศกรีมแล้วก็เดินตามออกมา
“ไป” พี่เต้บอกกอดคอโต้งเดินไป
“มิวถามจริงๆ นะ ทำไมมิวชอบมายืนดูตุ๊กตานี่จังเลย” โดนัทถาม
“ไม่รู้สิ” มิวตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“มิวนี่เย็นชาจังเลยนะ ไม่เห็นมาทีไรมิวจะสนุกเลย”
“เราเครียดๆ น่ะ ไม่ค่อยมีอารมณ์สนุก”
“อืมๆ เราเข้าใจ ไปดูอย่างอื่นต่อเถอะ”
โดนัทควงแขนมิวเดินต่อไป ขณะออกจากซอยและกำลังจะข้ามถนน มิวเห็นโต้งอยู่ฝั่งตรงข้ามมีผู้ชายคนนึงยืนกอดคอคุยกันอยู่ ลดโล่งแล้วผู้คนกำลังเดินข้ามถนน มิวกับโดนัทเดินข้ามไปสวนกับโต้งและพี่เต้ โดนัทเห็นโต้งจึงขยับตัวเข้าใกล้มิวมากขึ้น โต้งและมิวมองหน้ากันขณะสวนกันที่กลางถนน ต่างคนต่างมองกันอย่างไม่ละสายตา จนเดินสวนกันไปแล้วทั้งคู่ยังเหลียวหลังตามไปมองอีกฝ่ายจนต่างฝ่ายต่างเดินสุดถนนไป
มิวหยุดเดินทำให้โดนัทต้องหยุดตาม มิวกลับหลังหันไปมองโต้งอีกครั้ง เช่นเดียวกับโต้งที่มองข้ามฝั่งมา
“เดินต่อเถอะ” โดนัทลากแขนมิวไป แต่สายตามิวยังมองโต้งอยู่

“เฮ้ย บ้าดาราด้วยเหรอ” พี่เต้เดินกลับมากอดคอโต้งเดินไปต่อ

“โดนัทเรามีงานด่วนน่ะ วันนี้เราเดินเป็นเพื่อนแค่นี้นะ” มิวบอกเสียงสั่น
“ไม่สบายหรือเปล่ามิว หน้าตาไม่ค่อยดี”
“ไม่เป็นไรหรอก เราไปก่อนนะ” มิวบอกลาแล้วรีบเดินไปขึ้นแท็กซี่ทันที
มิวกลับมาถึงบ้านก็ขึ้นห้องนอนทันทีโดยไม่สนใจเสียงเรียกของหญิง มิวค่อยๆ ถอดตุ๊กตาไม้ออกทีละชิ้นๆ เก็บลงกล่อง น้ำตาก็หลั่งไหลลงมาไม่หยุด มิวเก็บกล่องใส่ตุ๊กตาไว้ที่ใต้เตียงจากนั้นเดินลงมาด้านล่าง นั่งลงที่เปียโนค่อยๆ บรรจงเล่นเพลงที่เล่นกับอาม่า มองรูปอาม่าและร้องไห้ออกมาไม่หยุดจนเล่นต่อไปไม่ไหว มิวหยิบรูปที่ถ่ายคู่กับโต้งลงมาดูและนำมันขึ้นไปใส่กล่องเดียวกับตุ๊กตาไม้ มิวนอนอยู่บนที่นอนสีเขียวของเขา ร้องไห้ออกมามากมายอย่างไม่สามารถหยุดยั้งได้ ความเศร้า ความเหงา ความอ้างว้างเกาะกินใจมิวอีกครั้ง มิวรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ ไม่ได้ยินแม้เสียงเรียกของหญิงที่ตะโกนเรียกจากด้านล่าง
“พี่เต้ ผมไม่ไปแล้วครับวันนี้ ผม…ปวดหัวน่ะ”
“อะไรวะนี่ เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย เอานี่กุญแจ มียาอยู่ที่โต๊ะน่ะ หากินเอานะ”
“ครับๆ” โต้งรับกุญแจแล้วรีบวิ่งกลับห้องไป
โต้งนอนอยู่ในห้องคิดอะไรไม่ออก หัวมันตื้อไปหมด ภาพเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆ ที่ได้ผ่านมาไหลวนเวียนอยู่ในหัว ภาพมิวคล้องแขนเดินกับโดนัท ภาพตอนทะเลาะกับพ่อ ไหลวนเวียนซ้ำๆ อยู่ในหัว โต้งน้ำตาคลอคิดอะไรไม่ออก เขาไม่มีที่พึ่งไหนๆ หยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาลองเปิดก็เปิดไม่ติด ซ้ำยังหน้าจอแตกอีก โต้งเดินไปหยิบบุหรี่แล้วไปนั่งสูบอยู่ที่ระเบียง พลางเดินไปหยิบเบียร์ที่อยู่ในตู้เย็นมาเปิดกินไปน้ำตาไหลไปอย่างเหม่อลอย

“เฮ้ย โต้งเป็นไรวะ” พี่เต้กลับมาห้องร้องถามอย่างตกใจ เมื่อเห็นโต้งนั่งคุกเข่าสูบบุหรี่น้ำตาไหลอยู่ ข้างๆ มีกระป๋องเบียร์วางอยู่สามกระป๋อง
“ผมไม่มีใครแล้วพี่” โต้งตอบพลางทิ้งบุหรี่ลงข้างตัว “ผมไม่เหลือใครเลย” โต้งก้มหน้าลงซุกเข่าตัวเองแล้วร้องไห้ออกมา
“เอ่อ…โต้งมีพ่อ มีแม่ไง” พี่เต้นั่งลงข้างๆ ปลอบใจ ด้วยการตบไหล่เบาๆ
คำว่าพ่อทำให้โต้งนึกไปถึงตอนที่พ่อด่าว่าเรื่องโต้งเป็นตุ๊ดเป็นเกย์ โต้งยิ่งเศร้าหนักกว่าเดิม แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมาแล้ว ความเศร้าแสดงลนสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด
“อย่างน้อยตอนนี้โต้งก็มีพี่” พี่เต้ยื่นมือไปโอบไหล่โต้งไว้ โต้งหันหน้ามาหาพี่เต้ ทำให้หน้าของทั้งสองคนใกล้กันมากจนหายใจรดกัน
“พี่เต้” โต้งมองหน้าพี่เต้ พี่เต้ค่อยๆ เลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ พี่เต้หลับตาลง… หน้าของทั้งคู่กำลังจะถูกผสานกันโดยริมฝีปากของทั้งสองคน
ผัวะ!
โต้งผลักพี่เต้ออก “ผมขอโทษพี่ ผมทำไม่ได้ มันไม่ใช่แบบนี้” โต้งก้มหน้าลงกับเข่าตัวเอง
เต้ตกใจเล็กน้อย ลูบหัวโต้งเบาๆ “บอกไม่เป็นไรโต้ง”
“คนเมื่อตอนเย็นนี่แฟนโต้งใช่ไหม เป็นพี่ พี่จะไปคุยให้รู้เรื่องไปเลย ดีกว่าต้องมานั่งเศร้าอยู่อย่างนี้นะ คนเราบางครั้งมันก็ต้องคุยกัน ถ้าต่างฝ่ายต่างคิด ความเข้าใจผิดมันก็เกิดกันได้”
“ขอบคุณครับพี่เต้” โต้งยกมือไหว้
โต้งจัดแจงอาบน้ำแต่งตัวเก็บข้าวของ ลาพี่เต้ และเดินออกจากห้องไป พี่เต้มองตามอย่างเป็นห่วงเป็นใย
“แล้วไปหาลูกสาวเขาดึกๆ ดื่นๆ อย่างนี้ที่บ้านเขาไม่ว่าเอาเหรอ” พี่เต้ถามไล่หลังมา
“ไม่หรอก” โต้งหันมาตอบยิ้มๆ
“พี่ว่าแฟนโต้งคงคบนักร้องนั่นประชดโต้งนะ ยังไงก็ขอให้โชคดี”
โต้งโบกมือลาเล็กน้อยแล้วหันหลังเดินออกไปจากหอพักไป

“มิว มิว มิวอยู่หรือเปล่า มิว” โต้งตะโกนเรียกมิวอยู่หน้าบ้านของมิวเอง
“ใครมันมาตะโกนวะ ดึกดื่นคนจะหลับจะนอนกัน” เสียงชาวบ้านละแวกนั้นตะโกนต่อว่ากลับมา
“มิว ลงมาคุยกันก่อนมิว” โต้งไม่สนใจเสียงชาวบ้านที่ยังคงตะโกนด่าอยู่
“ถ้ามิวไม่ลงมาเราก็จะตะโกนอยู่อย่างนี้แหละ” โต้งตะโกนบอก พร้อมทุบประตูเหล็กไปด้วย
ชั้นบนมิวเกาะที่หน้าต่างมองลงไปด้านล่างตามเสียงโต้งที่ตะโกนขึ้นมา และมองไปรอบๆตามเสียงชาวบ้านที่ด่าเป็นครั้งคราวจนพบว่า ไฟที่ห้องของหญิงเป

ปาย
Field Marshal
Field Marshal

จำนวนข้อความ : 896
Join date : 02/05/2009
: 21

ดูข้อมูลส่วนตัว http://school-in-school3.thai-forum.net

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รักแห่งสยาม 2

ตั้งหัวข้อ  ปาย on Sat Jul 17, 2010 12:22 pm

……………………………………………………………………………………………………………………

“พี่ผิดหวังในตัวมิวมากนะ มิวไม่เคยเป็นอย่างนี้เลย โดดซ้อม ไม่เชื่อฟัง เป็นข่าว” ผู้จัดการต่อว่ามิว มิวก้มหน้านิ่งเงียบ
“พี่ครับแต่ว่า…” เอ็กซ์กำลังจะพูดแต่โดนผู้จัดการเบรกไว้ก่อน
“พี่เคยพูดใช่ไหมว่าถ้ามิวมีเรื่องอีกพี่จะหยุดโปรเจควงออกัส” มิวไม่พูดอะไรได้แต่เงียบและพยักหน้า
“ในภาพข่าวมีรูปมิวร้องไห้ขึ้นเด่นชัดในหน้านิตรยสารหลายฉบับ แต่รายละเอียดไม่มีใครรู้เท่าไหร่”
“พี่ครับ เพื่อนโดนรถชนพี่จะให้ดีใจวิ่งไปเก็บตัวหัวเราะอยู่กับบ้านเหรอครับ” เอ็กซ์ตอบแทนอย่างมีอารมณ์ ผู้จัดการดูไม่พอใจเล็กน้อย
“พี่จะให้โอกาสสุดท้าย ซ้อมให้หนัก แล้วนี่บัตรคอนเสิร์ตไปชวนโดนัทมาดูซะ นอกเหนือเวลาซ้อมพาโดนัทไปเดินสยามเหมือนเดิม พี่อยากให้ข่าวให้ความสนใจเรื่องนั้นมากกว่า”
เอ็กซ์ทำท่าจะเถียงแทน แต่ถูกเบรกคราวนี้เป็นมิวที่เบรกแทน
“ผมจะทำอย่างที่พี่บอก ผมจะไปชวนโดนัทมาดู แต่ผมขอเรื่องนึงผมขอแลกการพาโดนัทไปเที่ยวเป็นเอาเวลาช่วงนั้นมาซ้อมดีกว่าครับ” มิวตอบน้ำเสียงเฉียบขาด
“เออๆ แล้วแต่เรา แต่นี่โอกาสสุดท้ายของมิวและของวงออกัสแล้ว พี่ขอย้ำเลย” ผู้จัดการบอกเป็นการสรุป
“ครับ” มิวตอบเสียงหนักแน่นคว้าบัตรคอนเสิร์ตออกไป เอ็กซ์วิ่งตามมิวออกไปเช่นกัน

“โดนัทเหรอมาเจอมิวที่สยามหน่อยได้ไหม”
“อืมได้สิ ช่วงนี้เรางานเยอะๆเลยไม่ค่อยได้ไปหานะ มิวเป็นอะไรหรือเปล่า โดนัทเห็นข่าวโดนัทตกใจหมดเลย มิวมีเรื่องอะไรเหรอ”
“เรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะ เจอที่สยามแล้วคุยกันนะ”
“อืม ได้ๆ” โดนัทตอบและวางสายไป
“ทำอย่างนี้จะดีเหรอวะมิว”
“ดีสิ กูต้องเล่นคอนเสิร์ตนี้ พวกเราทุกคนต้องได้ขึ้นคอนเสิร์ตนี้” มิวมองเอ็กซ์สายตามุ่งมั่น
มิวแยกกับเอ็กซ์ ให้เอ็กซ์ไปรับหญิงที่โรงพยาบาล ส่วนมิวไปหาโดนัทตามที่นัดไว้

“รอนานไหมมิว” โดนัททักทายเสียงใส ขณะเดินเข้ามาในร้านไอศกรีม คนในร้านมองมาที่ทั้งสองคน
“เราเอาบัตรคอนเสิร์ตมาให้ วันเสาร์หน้าเราจะเล่นมินิคอนเสิร์ตที่ลานที่สยามนี่” มิวส่งบัตรคอนเสิร์ตให้
“ดีจัง โดนัทต้องมาดูแน่” โดนัทบอกมิวหน้าตายิ้มแย้ม “ตั้งใจซ้อมนะ”
“เราจะซ้อมอย่างเต็มที่ เราจะเล่นคอนเสิร์ตนี้เพื่อคนๆ นึง” มิวตอบน้ำเสียงและสีหน้าเข้มแข็ง โดนัทงงๆ
“แล้วเราจะไปไหนต่อดี” โดนัทถาม
“วันนี้เราไม่ว่างน่ะ ช่วงนี้เราคงมาเที่ยวกับโดนัทไม่ได้นะ เราต้องซ้อมให้มากๆ”
“อืมๆ” โดนัทตอบแบบไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก “ไม่เป็นไร”
“งั้นเราไปก่อนนะ” มิวลากโดนัทและเดินออกไปจากร้านขึ้นแท็กซี่กลับไปที่โรงพยาบาล

เมื่อไปถึงห้องโต้งสุนีย์นั่งอยู่ยิ้มทักทาย มิวยกมือไหว้สวัสดี
มองหาของที่เขาวางไว้ให้โต้งแต่ไม่พบ สุนีย์เห็นมิวมองไปมา พอจะเดาออก
“น้าเก็บไว้แล้วล่ะ ตั๋วคอนเสิร์ตน่ะ น้ากลัวมันจะหาย ถ้าโต้งตื่นเมื่อไหร่ น้าจะเอาให้เขาเองนะ” พูดจบสุนีย์เดินไปเปิดวิทยุที่นำมาจากบ้าน ใส่ CD ของมิวลงไปแล้วเปิด หยิบตุ๊กตามาวางไว้ที่หัวนอนโต้งเหมือนเดิม
“ของพวกนี้น่าจะทำให้เขาดีขึ้นนะ” สุนีย์มองโต้งน้ำตาคลอ
“ความรักจากน้าสองคนด้วยครับ” มิวตอบอย่างอ่อนโยน มิวเดินไปหาโต้งที่หัวเตียง พูดข้างๆหูโต้ง
“อีก 7 วันมิวจะเล่นคอนเสิร์ตแล้วนะ โต้งมีเวลา 7 วัน เราก็มีเวลา 7 วัน เหมือนกัน เรามาไม่ได้แล้วนะ แต่เราจะพยายามซ้อม เราจะพยายามเพื่อโต้งด้วยนะ อย่าลืมมาดูเราล่ะ” มิวบอกโต้งเสียงสั่น สุนีย์น้ำตาไหลออกมา กรที่เดินไหวแล้วก็เดินเข้ามาได้ยินพอดี กรเดินเข้าไปกอดมิวพยายามในส่วนของโต้งด้วยนะลูก” มิวน้ำตาคลอด้วยความซึ้งใจ กรกอดมิวไว้พลางลูบหัว

มิวกลับมาบ้านนั่งเล่นเปียโนเพลงที่เคยเล่นกับอาม่าจนจบเพลง ยิ้มให้รูปอาม่าแล้วขึ้นไปนอน
เหลืออีก 6 วัน
รุ่งขึ้นมิวไปถึงที่บริษัทประมาณบ่ายโมงกว่า ซึ่งเพื่อนๆ ในวงมาหมดแล้ว เมื่อมิวเข้าไปในห้องซ้อม ทุกคนดูสีหน้าเฉยชา มิวรู้สึกผิดที่เขาทำให้ในวงเครียด พอมิวเดินเข้าไปวางข้าวของและเดินไปที่ไมค์กลางห้อง ทุกคนตะโกนพร้อมกันว่า “ยินดีต้อนรับ” พร้อมกับรัวเสียงเครื่องดนตรีต่างๆ ไม่ยั้ง ทุกคนวางเครื่องดนตรีลงและวิ่งมากอดมิวที่กลางห้องแต่พอคนเยอะเหมือนกันการกอดกันทั้งหมดมากกว่า มิวยิ้มดีใจน้ำตาคลอ
“ขอบใจนะทุกคน ขอบใจมาก” มิวยิ้มให้เพื่อนๆ ในห้อง เอ็กซ์ชูนิ้วโป้งและยักคิ้วให้
การซ้อมดำเนินไปเรื่อยๆ มีบางครั้งที่มิวร้องเพลง แล้วมีอาการเศร้าจะร้องไห้ออกมา ร้องต่อไม่ได้ แต่พักสักครู่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี การซ้อมเรื่อยมาถึงหกโมงเย็น
“เอ้าเพลงสุดท้ายนะ หมดเวลาซ้อมและ” เอ็กซ์บอก
“กันและกันป่าวมิววันนี้ยังไม่ได้ซ้อมเลยนะ” เพื่อนในวงบอก
“เพลงนี้กูขอไม่ซ้อมนะ กูจะร้องเพลงนี้วันจริงเลย จะซ้อมก็ให้เพชรร้องแล้วกันนะ โทดที” มิวตอบ
“อืมๆ กูเข้าใจ”
“งั้น Ticket อีกซักรอบแล้วกัน” มิวบอกเพื่อนๆ การซ้อมวันแรกจบลงไปแม้จะตะกุกตะกักแต่ก็ออกมาดี

มิวกลับถึงบ้านยกมือไหว้รูปอากงอาม่า แล้วนั่งเล่นเปียโนเหมือนเดิม หญิงเดินมามองลอดประตูเหล็กที่ปิดไม่สนิท มิวเล่นเปียโนไปน้ำตาไหลไป

เหลืออีก 5 วัน
การซ้อมดำเนินไปเหมือนเดิม หญิงตามมาดูการซ้อมด้วยวันนี้ และหญิงโทรหาสุนีย์
“ตอนนี้อาการทรงตัวนะ แต่โต้งหายใจขัดเขาเลยเอาออกซิเจนมาใส่ให้ นอกนั้นก็เหมือนเดิมแหละหญิง”
“แล้วน้ากรล่ะคะ น้ากรหายแล้วล่ะ แค่ยังไม่ค่อยแข็งแรงก็ผลัดกันเฝ้าโต้งนี่แหละ แล้วมิวล่ะ”
“มิวซ้อมอยู่ค่ะน้า มิวซ้อมหนักมากเลย ถ้าโต้งมาเห็นคงจะดีใจ” หญิงตอบ ภาคภูมิใจในตัวมิวมาก
“ฝากบอกมิวด้วย ว่าน้ากับน้ากรเป็นห่วง ดูแลสุขภาพด้วย”
“ค่ะ แค่นี้นะคะ สวัสดีค่ะ”
การซ้อมจบลง หญิงกลับบ้านกับมิว มิวนั่งฟังเพลงของตัวเองในรถตู้ที่มาส่งพร้อมยิ้ม หญิงยิ้มตามอย่างโล่งใจ

กลับถึงบ้านโต้งไหว้รูปผู้ใหญ่ทั้งสองและนั่งลงเล่นเปียโนเหมือนเคย เมื่อเล่นจบมิวเดินขึ้นไปพูดกับตุ๊กตาไม้
“หายไวๆ นะ”

อาการของโต้งทรงตัว คลื่นสมองปรกติ ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง

เหลืออีก 4 วัน
มิวไปซ้อมเหมือนดิม วันนี้เพชรต้องซ้อมเยอะเป็นพิเศษเนื่องจากได้เติมเพลงคืนอันเป้นนิรันด์เข้ามาใช้ในการโชว์ด้วย มิวนั่งมองเพชรร้องรอบแล้วรอบเล่า แต่เพชรยังมีความประหม่าที่หลายๆคนจ้องมองมาที่เขาเลยร้องเพี้ยนร้องหลุดไปบ้าง มิวเข้าไปปลอบและสอนให้เพชรร้องออกมาจากใจ คิดว่าร้องอยู่ในห้องน้ำที่บ้านก็ได้ รอบสุด้ายเพชรร้องได้ไพเราะมาก เมื่อร้องจบทุกคนในห้องเงียบสนิท ครู่หนึ่งมิวตบมือให้เพชรทุกคนตบตาม มิวเข้าไปกอดคอเพชร เพชรมองมิวอย่างภูมิใจ

กลับถึงบ้านโต้งไหว้รูปผู้ใหญ่ทั้งสองและนั่งลงเล่นเปียโนเหมือนเคย เมื่อเล่นจบมิวเดินขึ้นไปพูดกับตุ๊กตาไม้
“อย่าขี้เซามากสิ ”

อาการของโต้งทรงตัว คลื่นสมองปรกติ ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง

เหลืออีก 3 วัน
วันนี้ผู้จัดการวง โปรดิวเซอร์งาน และวงดนตรีวงอื่นมากันพร้อม เพื่อดูวงออกัสซ้อมเหมือนจริง การซ้อมผ่านไปได้ด้วยดี จนถึงเพลงสุดท้ายคินอันเป็นนิรันดร์ ทุกๆ คนตบมือให้วงออกัส
โปรดิวเซอร์ถาม “เพลงกันและกันหายไปไหนล่ะ”
“มันเป็นเพลงsurprise น่ะครับพี่” เพื่อนในวงคนหนึ่งบอก
“เราวางคอนเซ็ปต์ไว้น่ะครับ รับรองดีแน่นอน” ปิงปองเสริม
“เพลงนั้นเราจะซ้อมแบบเงียบๆ แล้วกันนะพี่ พวกผมขอเก็บเป็นความลับเพลงนึง”
“โอเคๆ ให้มันเจ๋งอย่างที่คุยแล้วกัน” ผู้จัดการวงบอก
ทุกคนในวงมองมาที่มิวแล้วยิ้ม ยักคิ้วให้ มิวยิ้มให้เพื่อนๆ ในวง

กลับถึงบ้านโต้งไหว้รูปผู้ใหญ่ทั้งสองและนั่งลงเล่นเปียโนเหมือนเคย เมื่อเล่นจบมิวเดินขึ้นไปพูดกับตุ๊กตาไม้
“เพลงนั้นเราเก็บไว้ให้โต้งฟังนะ รีบๆ ตื่นมาฟังล่ะ”

อาการของโต้งทรงตัว คลื่นสมองปรกติ ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง หมอเอาออกซิเจนออกเพราะโต้งหายใจเองได้ดีขึ้นมาก
เหลืออีก 2 วัน
การซ้อมดำเนินไป วันนี้ทุกคนซ้อมโดยไม่พักติดต่อกันจนหกโมงเย็น เพลงที่เล่นออกมาทุกเพลงน่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง
“ถ้าวันจริงเล่นได้อย่างนี้พี่จะโปรโมทพวกเราสุดตัวเลย” ผู้จัดการวงเดินมากอดคอมิวแล้วพูดกับทุกคนในวง
เอ็กซ์เดินมากอดคอมิว “นี่แม่งโครตเข้มแข็งเลยว่ะ เท่ชิปหายเลย”
“ขอบใจนะ” มิวตอบ

กลับถึงบ้านโต้งไหว้รูปผู้ใหญ่ทั้งสองและนั่งลงเล่นเปียโนเหมือนเคย เมื่อเล่นจบมิวเดินขึ้นไปพูดกับตุ๊กตาไม้
“เราจะรอไหวไหมนะ เราท้อนะแต่จะไม่ยอมแพ้หรอก เพราะฉะนั้นโต้งก็อย่ายอมแพ้ล่ะ”

อาการของโต้งทรงตัว คลื่นสมองปรกติ หมอลองตรวจเช็คระบบการรับรู้ต่างๆ พบว่ายังไม่มีการตอบสนองที่ดีเท่าที่ควร แต่กล้ามเนื้อมีการรับรู้และยังทำงานเป็นปกติถึงความแข็งแรงลดลงเล็กน้อยก็ตาม
เหลืออีก 1 วัน
วันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่ในสตูดิโอ ทีมงานแจกคิวและสคริปต์ของคอนเสิร์ตครั้งนี้ วงออกัสได้เล่นเป็นวงปิด
ทุกคนซ้อมไล่ตั้งแต่วงแรกจนถึงวงออกัส เสร็จงานประมาณสามทุ่ม จึงแยกย้ายกันกลับบ้าน มิวเลือกที่จะกลับเองโดยไม่ให้รถตู้ไปส่ง มิวไปลงที่โรงพยาบาลที่โต้งนอนพักอยู่ มิวซึ่งยืนอยู่ที่ชั้นล่างของโรงพยาบาลมองขึ้นไปที่ห้องของโต้งที่โต้งนอนพักอยู่ โทรศัพท์ไปหาสุนีย์
“ว่าไงมิว”
“สวัสดีครับน้านีย์ ผมไม่ถามว่าโต้งเป็นยังไงนะครับ แต่ยังไงพรุ่งนี้น้านีย์พาโต้งมาดูคอนเสิร์ตนะครับ”
“จ้ะๆ น้าจะพาไปนะ” สุนีย์ตอบน้ำตาคลอเบ้ามองไปที่ใบหน้าของโต้ง
“ขอบคุณครับน้านีย์ ฝากสวัสดีน้ากรด้วยนะครับ แค่นี้นะครับ สวัสดีครับ”

กลับถึงบ้านโต้งไหว้รูปผู้ใหญ่ทั้งสองและนั่งลงเล่นเปียโนเหมือนเคย เมื่อเล่นจบ มิวพูดกับอาม่า
“อาม่าพรุ่งนี้มิวจะไปเล่นดนตรีแล้ว อาม่าอวยพรให้มิวนะ”
จากนั้นมิวขึ้นห้องเดินขึ้นไปพูดกับตุ๊กตาไม้
“พรุ่งนี้โต้งอย่าลืมมาดูเรานะ เราจะเล่นเต็มที่เลย อย่ามาสายล่ะ”

อาการของโต้งทรงตัว คลื่นสมองปรกติ หมอลองตรวจเช็คระบบการรับรู้ต่างๆ พบว่ายังไม่มีการตอบสนองที่ดีเท่าที่ควร กล้ามเนื้อดีขึ้นจากการที่สุนีย์และกรคอยทำกายภาพบำบัดให้ ตามีการตอบสนองต่อแสงเล็กน้อย
วันงานคอนเสิร์ต มิวมีนัดตั้งแต่ 11 โมงเช้าจึงไปก่อนหญิงซึ่งบอกไว้ว่าจะตามไปทีหลังตอนใกล้ๆ คอนเสิร์ตจะเล่นเลยทีเดียวเพราะต้องเอาบัตรที่เหลือไปให้เพื่อนๆ กลุ่มเก่าก่อน

มิวมาถึงบริษัท ก่อนเวลาเล็กน้อยเจอเพื่อนบางคนมาแล้ว วันนี้สีหน้าของมิวเรียบเฉย
ถึงแม้จะมีรอยยิมปนๆอยู่บ้างเล็กน้อย
“ไงมิวเป็นไงมั่งวะ”
“อืมก็ดีว่ะ” มิวตอบน้ำเสียงเรียบๆ
“กูแม่งโครตตื่นเต้นเลยว่ะ”
“อะไรวะยังไม่ทันเท่าไหร่เลย ตื่นเต้นซะแล้ว ทำอย่างกับไม่เคยขึ้นคอนเสิร์ต” เอ็กซ์ตอบ ทุกคนหัวเราะแข็งๆเพราะว่าตื่นเต้นกันหมด

หญิงเอาบัตรไปให้เพื่อนกลุ่มเก่าที่สยามตอนบ่ายสามโมง มาทั้งเพื่อนกลุ่มโต้งและเพื่อนของหญิง
“โต้งเข้าโรงพยาบาลไม่เห็นบอกซักคำเลย เพิ่งรู้เนี่ย” เพื่อนโต้งคนหนึ่งพูด
“เอาน่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปเยี่ยมมันก็ได้ มันไม่ออกมาง่ายๆหรอก” เพื่อนโต้งอีกคนตอบ
หญิงหันไปทำตาเขียวใส่ “เอาบัตรคืนมาเลย” หญิงทำทีแย่งบัตรคืน แต่พวกนั้นไม่ให้
“ช่างเหอะหญิงพวกนี้ก็อย่างนี้แหละ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาไปหาที่เดินเล่นกันก่อนแล้วกัน กว่าจะทุ่มนึงอีกนาน

บ่ายสีโมง คิววงออกัสขึ้นลองบนเวทีจริง เทสเวที เทสคิว เทสเสียงเสร็จราวๆชั่วโมงนึงจึงไปนั่งพักทานอาหารกันในรถตู้ มีคนมารออยู่พอสมควรแฟนเพลงต่างส่งเสียงเชียร์และถ่ายรูปศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีการ์ดคอยกันไม่ให้เข้าไปใกล้และรักษาความปลอดัยอยู่
“ไม่น่าเชื่อเนอะมิว ว่าเราจะมีวันนี้ เมื่อไม่นานมานี้กูยังอยู่ในกลุ่มคนพวกนั้นอยู่เลยว่ะ” เอ็กซ์มอไปที่แฟนเพลงที่ยังคงเฝ้าอยู่
“อืม ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมีวันนี้” มิวตอบ
“ยังไงวันนี้เต็มที่กันนะมิว” เอ็กซ์ยกมือมาข้างหนึ่งที่หน้ามิว
“เออ เต็มที่” มิวตบมือไปจับกับมือเอ็กซ์”

หกโมงเย็นเริ่มเปิดรั้วกั้นให้คนเข้าโดนแยกกันระหว่างบัตรธรรมดาที่มีช่องให้เข้าตรงกลางสามช่องทาง
กับบัตร VIP ที่มีช่องพิเศษอยู่ซ้ายมือสุดให้สามารถเดินตรงไปสู่ลานด้านหน้าสุดติดเวมีได้ทันทีโดยไม่ต้องแทรกไปตามโซนตรงกลางผู้คนเริ่มทยอยเข้าไปจนเต็ม
แฟนเพลงที่เหลืออยู่ด้านนอกจากแนวรั้วกั้นบ้าง จับจองที่บนสะพานลอย แม้กระทั่งในตัวห้างสรรพสินค้าที่ทำให้สามารถเห็นเวทีได้
ตอนนี้วงดนตรีทั้งสามเตรียมตัวอยู่ด้านหลังเวที แต่งหน้าทำผม กันไปบางส่วน ที่เสร็จไปก่อนก็จะเป็นวงที่เล่นก่อนนั่นเอง
วันนี้วงออกัสใส่โทนสีฟ้าตามคำขอร้องของมิวที่ได้บอกกับโปรดิวเซอร์ไปในวันที่มาดูการซ้อมที่บริษัท
มิวมองชะเง้อไปที่บริเวณหน้าเวที กวาดสายตาไปรอบๆ แล้วหันกลับมาทำหน้าจ๋อยใส่เอ็กซ์
“อย่าซึมสิวะ เดี๋ยวก็มาเชื่อกูสิ กูน่ะพ่อหมอนะโว้ย รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง” เอ็กซ์ปลอบให้เพื่อนรู้สึกดีขึ้น
“ก็แค่หวังน่ะ” มิวบอก
“ถ้ามีความหวัง ก็ต้องสู้สิ สู้เพื่อที่จะรอให้ความหวังเป็นจริงไง” เอ็กซ์บอกมิวพร้อมกอดคอเพื่อน
“ทำไมไม่รู้นะ กูรักมากเลยว่ะมิว ทำเพื่อเพื่อนได้ถึงขนาดนี้ เข้มแข็ง”
“กูทำเพื่อตัวกูเองด้วย”
“ถึงจะอย่างนั้นก็เหอะ เป็นกูกูยังไม่รู้เลยว่ากูจะมานั่งอยู่ตรงนี้ได้อย่างมั้ย” เอ็กซ์ขยิบตาข้างหนึ่ง ทำท่ายิงไปที่มิว แล้วยกนิ้วโป้งให้
“กูขอบใจจริงๆ มิวเอื้อมมือไปจับนิ้วโป้งเอ็กซ์มากำไว้ แล้วดึงมือออกมาเป็นลักษณะกำปั้นเหมือนกำอะไรอยู่ และทำท่าเก็บใส่กระเป๋ากางเกงไว้ หันไปยิ้มให้เอ็กซ์

วงดนตรีวงแรกเริ่มเล่นแล้ว คนในวงออกัสทุกคนแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย แต่ละคนนั่งเงียบไม่พูดไม่จากัน เสียงพิธีกรของงานพูดจบตามด้วยเสียงดนตรีดังกระหึ่มขึ้น แต่ละคนใจรัวยิ่งกว่ากลองที่อยู่บนเวทีเสียอีก มิวเดินไปชะเง้อมองหน้าเวทีอีกครั้ง ยังไม่มีใครมา

“กูบอกแล้วว่าอย่าแดกนานก็ไม่เชื่อ แม่งเล่นแล้วเห็นมะ” เพื่อนโต้งบอกบ่นๆ
“บัตร V.I.P. กลัวห่าอะไรวะ เข้าไปยังไงก็อยู่หน้า”
“อย่ามัวบ่นเลยรีบไปเถอะ” หญิงบอกแล้วนำเพื่อนๆ วิ่งไปที่เวที จนมาถึงโซน V.I.P เจอโดนัทยืนอยู่ก่อนแล้ว และมีนักข่าวถ่ายรูปอยู่ประปราย
“นั่นมันโดนัทนี่หว่า โดนัทรู้เรื่องโต้งไม่สบายยังวะ”
“ไม่รู้หรอก” หญิงบอกเพื่อนๆพลางหันตัวพยายามให้มองเห็นด้านหลังเวที
โดนัทเห็นเพื่อนๆ โต้งมองมาก็โบกมือทักทายเล็กน้อย เมื่อโดนัทเห็นหญิงก็หันหน้าไปดูบนเวทีทันที

วงแรกเล่นจนจบไปแล้ว พิธีกรขึ้นมาเล่นกิจกรรมแจกของประมาณ 5 นาที จึงประกาศให้วงต่อไปขึ้นมารับช่วงต่อ คนดูส่งเสียงกรี๊ด และปรบมือเชียร์อย่างเต็มที่ คนรอบนอกก็ทยอยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อากาศวันนี้ถึงแม้จะเป็นหน้าฝนแต่ท้องฟ้ากลับไม่มีเมฆเลย อากาศก็ไม่ร้อนเกินไปนัก ทำให้คนมาดูคอนเสิร์ตเยอะมาก วงที่สองเล่นไปประมาณ ครึ่งชั่วโมงก็จบการแสดงเพลงสุดท้าย

พิธีกรขึ้นมาเล่นกิจกรรมและพูดคั่นเวลาอีกครั้ง วงออกัสทุกคนเตรียมตัวพร้อมแล้วก็ล้อมลงประสานมือกัน
“วันนี้วันที่เรารอคอยวันแรกมาถึงแล้ว ถึงจะเป็นคอนเสิร์ตเล็กๆ เป็นมินิคอนเสิร์ตแต่เราก็จะเล่นให้เต็มที่ที่สุดนะ” เอ็กซ์พูด
“เล่นเพื่อตัวเอง” เพื่อนคนหนึ่งกล่าว
“เล่นเพื่อวง” เพื่อนอีกคนกล่าว
“เล่นเพื่อคนดู” ปิงปองกล่าว
“เล่นเพื่อพี่มิว” เพชรกล่าว ตกคนประสานมือลงต่ำและยกขึ้นพร้อมส่งเสียง เฮ้! กำลังใจเต็มเปี่ยม

“วงต่อไปนี้เป็นวงดนตรีหน้าใหม่ของวงการเพลงบ้านเราที่อยู่ในวงกว้าง แต่สำหรับคนบางกลุ่มอาจจะรู้จักเขามาแล้ว บนเวทีนี้อาจจะเป็นครั้งแรกสำหรับพวกเขา แต่ที่ผมยืนอยู่ ณ จุดนี้เป็นทั้งจุดเริ่มต้นและทางเดินก้าวต่อไปสำหรับพวกเขา อย่ารอช้าไปพบกันเลยกับวงอออออกัสสสสสสส….”

วงออกัสที่เตรียมตัวอยู่บนดนตรีเสร็จแล้วเริ่มบรรเลงเมโลดี้เพลง Ticket ทุกคนเล่นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แฟนเพลงกรี๊ดและตบมือไปตามจังหวะเพลง หญิงส่งสายตาให้มิว และหันไปส่งยิ้มให้เอ็กซ์ เอ็กซ์มองมาเจอส่งจูบให้หญิง
“อีหญิง กีต้าร์นั่นมันชอบเหรอ” เพื่อนของหญิงถาม
“ประมาณนั้น” หญิงตอบไป

เมื่อมิวเริ่มร้องเสียง กรีดร้องของแฟนเพลงกระหน่ำมาอย่างรุนแรง

~เคยได้ยินใช่ไหมว่าที่นึง ถ้าไปถึงเราจะมีทุกอย่าง
ความสุขความฝันอะไรที่เฝ้ารอ จะรอเราอยู่ที่ปลายทาง
และต้องใช้เพียงตั๋วเดินทางแค่ใบเดียว และมันก็ไปกลับได้ตั้งหลายครั้ง
แต่ไม่เคยจะมีผู้ใดที่เคยไป จะกลับมาเล่าอะไรให้ฉันฟัง

ก็เลยสงสัยว่าจริงหรือไม่จริง อยากไปเจอกับตัวสักครั้งหนึ่ง
จะต้องเดินทางไกลด้วยเท้าฉันก็ยอม หากมันจะมีอะไรเมื่อไปถึง
ต่อให้ตั๋วเดินทางจะแพงสักเท่าไหร่ ต้องจ่ายด้วยอะไรจะไปหามา
และฉันจึงจ่ายหมดเท่าชีวิตที่ฉันมี เพื่อให้ใครบางคนมาส่งคืนและบอกว่า

ตั๋วใบนี้ ไม่ได้มีสำหรับฉัน แม้เขาจะขายให้ทุกคนได้เท่ากัน
เพียงแต่ว่ารถขบวนนี้ไม่มีให้กับฉัน จึงไม่มีสิทธิ์เดินทาง

อย่างที่เคยบอกไปฉันทุ่มเทและออกเดินไปตามทางที่เขาไป
จะเหนื่อย จะร้อน จะหนาวฉันไม่กลัว ตราบใจทรนงจะทนไหว
และในไม่ช้าไม่นานก็มองเจอ ว่ามีปลายทางอยู่ไม่ไกล
ก็เลยตะเกียกตะกายเพื่อไปเจอ สุดท้ายปลายทางที่หายไป

มันคงไม่มีจริงแท้และแน่นอน ปลายทางให้กับคนอย่างฉัน
แม้แต่ตั๋วเดินทางที่ใครๆ ก็มี ก็ไม่ได้มีให้คนอย่างฉันเหมือนกัน
จึงหวนคืนไปยังทางที่เดินมา ก็มีใครมองอยู่ตรงนั้น
พอเดินกลับไป ก็เจอคนเดิม ที่บอกกับฉัน ย้ำๆ ซ้ำๆ ว่า

ตั๋วใบนี้ ไม่ได้มีสำหรับฉัน แม้เขาจะขายให้ทุกคนได้เท่ากัน
เพียงแต่ว่ารถขบวนนี้ไม่มีให้กับฉัน จึงไม่มีสิทธิ์เดินทาง~

“สวัสดีครับ ทุกๆ คน วันนี้มันส์กับวงอื่นๆ มาแล้ว วงออกัสขอมาสไตล์ช้าๆ หน่อยได้ไหมครับผม”
ได้ๆ เสียงแฟนเพลงตอบมา
มิวพูดกับแฟนเพลงอย่างเรียบง่าย สบายๆ ขณะพูดก็มองลงไปที่บริเวณโซน V.I.P กวาดสายตาไปโดยรอบเจอกับโดนัทที่โบกมือให้ นักข่าวยังคงถ่ายรูปอยู่ มิวยิ้มให้เล็กๆ และหันไปยิ้มกับหญิง

“เพลงต่อไปเลยดีกว่านะครับ เพลงนี้หวังว่าทุกคนคงชอบเหมือนผม นะครับ”

~อาจจะดูเนิ่นนานอาจจะผ่านมาแสนไกล
ที่เราต่างคนต่างเดินต่างไปในวันนั้น
อาจมีใครหลายคน ก็อาจมีคนเป็นร้อยพัน
ที่เขามาทำให้คืนและวันชั้นหมุนไป

หรือเพราะว่าเขาไม่ใช่เธอ
และเหมือนว่าชั้นนั้นยังไม่เจอกับสิ่งที่ตัวเองทำหล่นหาย
หรือเพราะวันนั้นเองที่ชั้นทำเรื่องเราพลาดไป
ไม่อาจจะทำให้เรากลับไปเป็นอย่างวันนั้น

รู้สึกอย่างชั้นบ้างไหมว่าวันที่ไม่มีเธออยู่
วันที่เธอไม่อยู่ ชีวิตก็ดูไม่มีความหมาย
รู้สึกอย่างชั้นบ้างไหมว่าวันที่เรามีกันข้างกาย
ที่เรามีกันข้างกาย ไม่มีวันไหนที่ไม่สุขใจเลยสักวัน

อาจจะดูไม่ทันและมันอาจจะสายไป
เมื่อทางที่เราต่างคนต่างไปมันไกลแล้ว
และจะยังเฝ้าคอยถึงแม้จะดูไม่มีวี่แวว
จะรอเธอเสมอและจะไม่รักใคร

นั่นเพราะว่าเขาไม่ใช่เธอ
และเหมือนว่าชั้นนั้นเพิ่งเจอกับสิ่งรอเมื่อวันที่สาย
และในวันนั้นเองที่ชั้นทำเรื่องเราพลาดไป
ไม่อาจจะทำให้เราคืนไปเป็นอย่างวันนั้น

รู้สึกอย่างชั้นบ้างไหมว่าวันที่ไม่มีเธออยู่
วันที่เธอไม่อยู่ ชีวิตก็ดูไม่มีความหมาย
รู้สึกอย่างชั้นบ้างไหมว่าวันที่เรามีกันข้างกาย
ที่เรามีกันข้างกาย ไม่มีวันไหนที่ไม่สุขใจเลยสักวัน

หากว่าเรารู้สึกเหมือนกัน
อยากให้เรากลับมาเป็นเหมอนในวันเก่าจะได้ไหม
อยากขอสักครั้ง ขอแค่สักครั้ง
ขอโอกาสสุดท้าย เธอกลับมา ให้เธอได้กลับมาหา

รู้สึกอย่างชั้นบ้างไหมว่าวันที่ไม่มีเธออยู่
(มิวน้ำตาคลอแต่ยังประคอตัวเองร้องต่อไปได้เรื่อยๆ โดยไม่มีใครสังเกตเห็นได้)
วันที่เธอไม่อยู่ ชีวิตก็ดูไม่มีความหมาย
รู้สึกอย่างชั้นบ้างไหมว่าวันที่เรามีกันข้างกาย
ที่เรามีกันข้างกาย ไม่มีวันไหนที่ไม่สุขใจเลยสักวัน~

เพลงจบเสียงดนตรียังดังอย่างต่อเนื่อง
มิวพยายามฝืนพูดต่อ “เพลงต่อไปนี้ เป็นเพลงที่ผมชอบมากอีกเพลงหนึ่งในอัลบั้มครับ น้องชายผมร้องไว้ได้อย่างดีมาก ผมเคยฟังเพลงนี้แล้วขนลุก อยากให้ทุกคนลองขนลุกเหมือนผมนะครับ ขอเชิญน้องเพชรครับ
เพชรเดินมากลางเวที เอาไมคืไปแทนมิว มิวมองไปที่โซนเดิม ส่งสายตาเชิงถามไปที่หญิง หญิงส่งสายตาปฏิเสธไปที่มิว และมิวเดินลงไปหลังเวที

มิวพยายามหายใจเข้าออกช้าๆ ลึกๆ มีทีมงานเดินมาถาม น้องมิวเป็นอะไรไหม มิวตอบปฏิเสธไป ทีมงานคิดว่ามิวคงตื่นเต้น

~เหมือนว่าเราจะมอง ไม่เห็นหนทางใด
ตกอยู่ในความมืดบอด ตกอยู่ในห้วงใจที่อ่อนไหว
เหมือนจะเป็นกลางคืนอันยาวนาน เมื่อฟ้าไม่มีแสงใด
มองไปรอบกาย หัวใจก็พลัน หวาดกลัว
ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที
จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม
แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันยังที่ฉายในวันต่อไป
แต่ไม่รู้ต้องรอเมื่อไหร่ หรือใจเราคงจะอยู่กับคืนอันเป็นนิรันดร์
ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที
จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม
แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันยังฉายในวันต่อไป
เมื่อเรามีเช้าวันใหม่ หวังใจว่าจะมีหนทาง
เมื่อทุกข์ในวันเมื่อวานคืนกลับมาหาใจอันอ่อนแอ
เหตุที่ใจแพ้ เพราะเราต่างหากที่แพ้ใจ
ความทุกข์จึงเป็นกลางคืนอันยาวนาน แต่แล้วมันจะผ่านไป
ตราบใดเวลายังหมุนผ่าน ความทุกข์จะผ่าน เพราะไม่มีคืนใดเป็นนิรันดร์
วันคืนต้องผ่าน นั่นคือเวลาอันเป็นนิรันดร์~

ขณะที่ร้องเพลงนี้ทุกคนในบริเวณคอนเสิร์ตเงียบกริบ มีเพียงเสียงเพลงเท่านั้นที่ล่องลอยอยู่ในห้วงอากาศ เมื่อเพลงจบ เสียงปรับมือดังกะหึ่มกึกก้องไปทั่วบริเวณลานสยามแห่งนั้น เพชรยิ้มดีใจอย่างมากจนน้ำตาไหลออกมาด้วยความปลื้มปิติ

มิวหายใจเข้าลึกๆ และถิอนหายใจออกมาอีกครั้งค่อยๆ ยาวๆ แล้วจึงวิ่งขึ้นเวทีไปอีกครั้ง
“ขอบคุณน้องเพชรนะครับ วันนี้คิวของวงเรามีคิดต้องเล่นทั้งหมดห้าเพลง แต่ผมขอสารภาพว่าวันนี้ ผมไม่ได้ขึ้นมาร้องเพลงให้กับทุกคนเท่านั้น” ทุกคนเงียบสนใจและสงสัยในคำพูดของมิว
“คนสำคัญที่สุดคนหนึ่งในชีวิตของผม ให้สัญญากับผมว่าจะมาฟังผมร้องเพลงวันนี้ และเพลงพวกนี้ก็เกิดขึ้นมากจากเขาคนนั้น” มิวเสียงสั่น
“ผมจะพยายามเข้มแข็งยืนร้องเพลงนี้จนจบ หวังเพียงแค่ว่าเขาจะได้ยินจากที่ไหนซักแห่ง เพลงนี้ครับเพียงเธอ” มิวเงยหน้าขึ้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา เอามือเช็ดน้ำตาออก
เสียงดนตรีขึ้นทุกคนปรบมือเป็นกำลัใจให้มิว

~อยากจะขอบคุณ ที่รู้ใจเข้าใจ สิ่งดีดีที่ให้มา
อยากจะขอบคุณ ที่สัญญาว่าใจ ไม่มีวันห่างเหิน

กับคนหนึ่งคน ที่ไร้วันเวลา หมดกำลังจะก้าวเดิน
จากคนที่เคย เจ็บเหลือเกินที่ใจ กลับกลายเป็นเบิกบาน

ผ่านคืนวันโหดร้าย นานเหมือนชั่วกาล
กลับมีคนห่วงใยกัน สุขใจทุกวัน มีเธออยู่ข้างกาย
เริ่มรู้จักความหวานกับรักลึกซึ้งหมดใจ
เริ่มรู้จักความหมายของคืนวัน

แค่คนหนึ่งคนกับหัวใจ ให้เธอ หมดไปเลยที่ฉันมี
จะเป็นจะตายจะร้ายดี ไม่แคร์ ไม่เคยจะหวั่นไหว
จะมีแต่เธอที่แสนดี ร่วมทาง ตราบจนวันที่สิ้นใจ
หนึ่งวันจะนาน สักเท่าไร ถ้าไกล ห่างเธอไปสักวัน

ผ่านคืนวันโหดร้าย นานเหมือนชั่วกาล
กลับมีคนห่วงใยกัน สุขใจทุกวัน มีเธออยู่ข้างกาย
เริ่มรู้จักความหวานกับรักลึกซึ้งหมดใจ
เริ่มรู้จักความหมายของคืนวัน

ให้เธอได้ยิน เสียงจากใจฉัน
ที่จะคอยบอกทุกคืนวัน ว่ารักเธอ

ผ่านคืนวันโหดร้าย นานเหมือนชั่วกาล
กลับมีคนห่วงใยกัน สุขใจทุกวัน มีเธออยู่ข้างกาย
เริ่มรู้จักความหวานกับรักลึกซึ้งหมดใจ
เริ่มรู้จักความหมายของคืนวัน

เสียงใจฉันเอง ร้องเพลงให้เธอ
ฟังอยู่คือเสียง ดังจากใจ
ร้องเพลงที่ใคร ไม่อาจฟังเสียง ใจฉันเอง
ร้องเพลงให้เธอ ฟังอยู่คือเสียง ดังจากใจ
ร้องเพลงที่ฟัง เข้าใจเพียงเรา~
มิวร้องเพลงนี้ได้เพราะมากจนทุกคนขนลุก ผ่านไปครึ่งเพลง มิวน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม แต่ยังประคองเสียงร้องต่อไปได้จน ท้ายเพลง มิวเริ่มร้องไม่ออก แฟนเพลงช่วยกันร้องเพลงตามไป
มิวตั้งสติกลับมาร้องจนจบเพลงและทรุดตัวลงร้องไห้นั่งกับพื้นเวทีและร้องไห้ออกมา คนในบริเวณคอนเสิร์ตที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันตกใจ
ทีมงานรีบวิ่งจะขึ้นไปดูมิว เอ็กซ์และเพื่อนๆ คนอื่นๆ ในวงเข้ามาปลอบมิว มิวยังคงร้องไห้ไม่หยุด
ทีมงานจะพามิวออกไปแต่เพื่อนๆ ห้ามไว้และขอเข้าไปดูมิวเอง
เอ็กซ์บอกให้ทุกคนกลับไปประจำที่อย่ามุง เอ็กซ์หยิบทิชชี่ออกมาซับน้ำตาเพื่อน
คนดูบางคนร้องไห้ไปกับมิว และจำนวนมากตะโกน ออกัส ออกัส ออกัสอย่างไม่ขาดสาย มิวมองไปบนสะพานลอย ที่ที่โต้งเคยมาเชียร์เขาร้องเพลง ภาพโต้งและหญิงที่อยู่ตรงนั้นปรากฏให้เขาเห็นวูบหนึ่งก่อนจะหายไป เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาคุ้นเคยแทนกำลังลุ้นและส่งแรงใจให้มิวอย่างเต็มที่ แต่ตาที่พล่าทำให้มองไม่ออกว่าเป็นใคร
มิวสูดลมหายใจเข้าลึกสุก ออกสุดๆแล้วจับไมค์ขึ้นมาพูดเสียงสั่นเทา
“เพลงที่จบไปคงเป็นเพลงสุดท้ายของเราในวันนี้ ผมขอโทษด้วยที่ทำหน้าที่ได้ไม่ถึงที่สุด และเพลงที่จบไปนั้น
ก็จะเป็นเพลงสุดท้ายของผมเช่นกัน ผมขอลาออกจากวงออกัส และผมจะไม่ขึ้นมาร้องเพลงอีก”
เพื่อนๆ ในวง พากันตกใจ บางส่วนร้องไห้ออกมา หญิงร้องไห้โฮอยู่ด้านล่าง มีเพื่อนผู้หญิงปลอบอยู่ซึ่งร้องไห้ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก
เอ็กซ์ ช๊อคมองหน้าเพื่อนอย่างเวทนา
“ผมขอโทษทุกคนจริงๆ ครับ คอนเสิร์ตคงจบลงแค่นี้ สวัสดีครับ”
แฟนเพลงยังคงตะโกนเรียกชื่อออกัสอย่างไม่ขาดสาย มิวกำลังลุกขึ้นจะเดินไปหลังเวที
“เรามาไม่ทันฟังเพลงของเราเหรอมิว” เสียงๆ หนึ่งที่คุ้นเคยดังมาจากทางด้านหน้าเวที มิวหันกลับไปมองน้ำตาไหลอาบแก้มอีกครั้ง โต้งยินยิ้มให้มิวอยู่ที่หน้าเวทีมือข้างหนึ่งห้อยอยู่ตามสายที่คล้องกับคอของโต้งไว้ มิววิ่งไปที่หน้าเวทียื่นมือลงไป โต้งยื่นมือขึ้นมาจับ
“เราอยากมาฟังมิวร้องเพลงของเรา” โต้งพูดพลางยิ้มอย่างอ่อนโยนโต้งเอื้อมมือขึ้นไปเช็ดน้ำตาให้มิว มิวยิ้มออกมา
“ขอบใจนะโต้ง ขอบใจ”
เอ็กซ์ปาดน้ำตาออกจากหน้าตัวเอง ล้วงกระเป๋าเสื้อควักทิชชู่ให้มิว มิวเช็ดน้ำตาออก คนดูด้านหน้าที่เห็นเหตุการณ์ปรบมือเสียงกึกก้อง

“กูบอกแล้วว่าโต้งมันเป็นเกย์” เพื่อนกลุ่มโต้งพูดขึ้นมา เพื่อนๆ ที่เหลือพากันตบหัว

โดนัทม้องโต้งกับมิวและอึ้งไป เดินออกจากงานไปโดยทันที

หญิงยิ้มอย่างมีความสุขที่สุดเท่าที่จะยิ้มได้แม้จะมีคราบน้ำตาอยู่บนหน้าก็ตาม

มิวมองไปบนสะพานเดิมอีกครั้ง พบพี่จูนยืนอยู่แล้วชูนิ้วโป้งให้ทังสองนิ้ว กระโดดโบกมือและเป่าปากด้วยความดีใจ

มิวยืนขึ้นหันไปมองที่เอ็กซ์และพยักหน้า เอ็กซ์ส่งสัญญาณให้เพื่อนๆ เมโลดี้เพลงกันและกันดังขึ้นอย่างอบอุ่น

สุนีย์และกรยืนมองจากทางด้านหลังเวทียิ้มออกมาอย่างมีความสุข มองขึ้นไปเห็นจูนทั้งสองฝ่ายยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร

~ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม
มันอาจไม่เพราะ ไม่ซึ้งไม่สวยงามเหมือนเพลงทั่วไป

อยากให้รู้ ว่าเพลงรัก ถ้าไม่รัก ก็เขียนไม่ได้
แต่กับเธอคนดีรู้ไหม ฉันเขียนอย่างง่าย...ดาย

เธอคงเคยได้ยินเพลงรักมานับร้อยพัน
มันอาจจะโดนใจ แต่ก็มีความหมายเหมือนๆกัน

แต่ถ้าเธอฟังเพลงนี้ เพลงที่เขียนเพื่อเธอเท่านั้น
เพื่อเธอเข้าใจความหมายแล้วใจจะได้มีกันและกัน

ให้มันเป็นเพลง บนทางเดินเคียง ที่จะมีเพียงเสียงเธอกับฉัน
อยู่ด้วยกันตราบนานๆ ดั่งในใจความบอกในกวี
ว่าตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง
คือทุกครั้งที่รักของเธอส่องใจ ฉันมีปลายทาง

มีความจริงอยู่ในความรักตั้งมากมาย
และที่ผ่านมาฉันใช้เวลาเพื่อหาความหมาย

แต่ไม่นานก็เพิ่งรู้ เมื่อทุกครั้งที่มีเธอใกล้
ว่าถ้าชีวิตคือทำนอง เธอก็เป็นดังคำร้องที่เพราะและซึ้งจับใจ

ให้มันเป็นเพลง บนทางเดินเคียง ที่จะมีเพียงเสียงเธอกับฉัน
อยู่ด้วยกันตราบนานๆ ดั่งในใจความบอกในกวี

ว่าตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง
คือทุกครั้งที่รักของเธอส่องใจ ฉันมีปลายทาง

มีทางเดินให้เราเดินเคียง และมีเสียงของเธอกับฉัน
มีทางเดินให้เราเดินร่วมเคียง และมีเสียงของเธอกับฉัน~

มิวร้องเพลงนี้โดยมองไปที่โต้งอย่างไม่ละสายตา โต้งมองมิวเช่นกัน มีอาการเขินออกมาบ้างเล็กน้อย
ทั้งคู่ยิ้มให้กันตลอดเพลงจนจบ

เมื่อเพลงจบเสียงกรี๊ดและเสียงตบมือดังกึกก้องไปทั่วสยาม ทุกคนโห่ร้องด้วยความยินดี มิวและพรรคพวกมายืนเรียงที่หน้าเวทีและโค้งคำนับแฟนเพลงพร้อมๆ กัน คอนเสิร์ตผิดตัวลงอย่างประทับใจ

แฟนเพลงกลับกันไปหมดแล้ว ทีมงานบางส่วนเก็บงานอยู่ มิวกับโต้งยืนคุยกันที่หลังเวที ในมุมที่ไม่มีใคร
“มิวร้องเพลงเพราะดีเนอะ”
“ขอบใจนะ”
ทั้งสองคนมองตากันอยู่อย่างนั้นนานเท่าที่จะทำได้

[เขาว่ากันว่า คนที่มีความรักโลกจะหยุดหมุน และโลกทั้งใบจะมาสนใจคนคู่นั้น]
[ตอนนี้เวลาคงหยุดเดินอยู่สินะ โลกคงหยุดไปอีกนานเท่า


แก้ไขล่าสุดโดย ปาย เมื่อ Sat Jul 17, 2010 1:08 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

ปาย
Field Marshal
Field Marshal

จำนวนข้อความ : 896
Join date : 02/05/2009
: 21

ดูข้อมูลส่วนตัว http://school-in-school3.thai-forum.net

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รักแห่งสยาม 2

ตั้งหัวข้อ  John H Miller on Sat Jul 17, 2010 7:50 pm

สั้น......เกิ้น...............

John H Miller
General
General

จำนวนข้อความ : 207
Join date : 06/04/2010

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รักแห่งสยาม 2

ตั้งหัวข้อ  ปาย on Sat Jul 17, 2010 7:56 pm

555555+ อ๊ะ........

ปาย
Field Marshal
Field Marshal

จำนวนข้อความ : 896
Join date : 02/05/2009
: 21

ดูข้อมูลส่วนตัว http://school-in-school3.thai-forum.net

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รักแห่งสยาม 2

ตั้งหัวข้อ  Mafiaro on Sun Jul 18, 2010 12:45 pm

หนังเกย์ เว้ย

Mafiaro
Reconnaissance units
Reconnaissance units

จำนวนข้อความ : 1446
Join date : 26/06/2009
: 21
ที่อยู่ : 2502 rs1 korat

ดูข้อมูลส่วนตัว http://ades-thesecert.darkbb.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รักแห่งสยาม 2

ตั้งหัวข้อ  เข้าขอบ on Sun Jul 18, 2010 6:57 pm

100 เปอ

เข้าขอบ
General
General

จำนวนข้อความ : 573
Join date : 07/07/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รักแห่งสยาม 2

ตั้งหัวข้อ  ปาย on Thu Sep 23, 2010 9:31 pm

เปิดทำการอีครั้งแระนะ

ปาย
Field Marshal
Field Marshal

จำนวนข้อความ : 896
Join date : 02/05/2009
: 21

ดูข้อมูลส่วนตัว http://school-in-school3.thai-forum.net

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รักแห่งสยาม 2

ตั้งหัวข้อ  Mafiaro on Fri Sep 24, 2010 4:33 pm

เออ กะลังหาของมาช่วยปั่นนะ Boss

Mafiaro
Reconnaissance units
Reconnaissance units

จำนวนข้อความ : 1446
Join date : 26/06/2009
: 21
ที่อยู่ : 2502 rs1 korat

ดูข้อมูลส่วนตัว http://ades-thesecert.darkbb.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รักแห่งสยาม 2

ตั้งหัวข้อ  THAIPOLICE on Fri Sep 24, 2010 7:56 pm

ฮ่าๆๆๆๆ

THAIPOLICE
General
General

จำนวนข้อความ : 1025
Join date : 20/06/2009
: 21
ที่อยู่ : 71 nakornratsima

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รักแห่งสยาม 2

ตั้งหัวข้อ  Mafiaro on Sat Sep 25, 2010 3:41 pm

กลับมาปั้มอีกแล้ว

Mafiaro
Reconnaissance units
Reconnaissance units

จำนวนข้อความ : 1446
Join date : 26/06/2009
: 21
ที่อยู่ : 2502 rs1 korat

ดูข้อมูลส่วนตัว http://ades-thesecert.darkbb.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รักแห่งสยาม 2

ตั้งหัวข้อ  ปาย on Sat Sep 25, 2010 8:38 pm

ปั้มน่ะ เลิกๆก็ได้นะ

ปาย
Field Marshal
Field Marshal

จำนวนข้อความ : 896
Join date : 02/05/2009
: 21

ดูข้อมูลส่วนตัว http://school-in-school3.thai-forum.net

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รักแห่งสยาม 2

ตั้งหัวข้อ  THAIPOLICE on Sun Sep 26, 2010 1:14 pm

เขี่ยๆ.....

THAIPOLICE
General
General

จำนวนข้อความ : 1025
Join date : 20/06/2009
: 21
ที่อยู่ : 71 nakornratsima

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: รักแห่งสยาม 2

ตั้งหัวข้อ  jinjo4867 on Wed Sep 29, 2010 10:57 am

ปั้มเหรอ...ไม่ได้ยินมานานแสนนานแล้ว

_________________
Jinjo สร้างสรรผลงานจากปลายนิ้ว Jinjo เรารักงานเขียนและภาพวาด

jinjo4867
Field Marshal
Field Marshal

จำนวนข้อความ : 1321
Join date : 13/06/2009
: 21
ที่อยู่ : 206/3 ถนน วัชรสฤษดิ์ จ.นครราชสีมา อ.เมือง ต.ในเมือง

ดูข้อมูลส่วนตัว http://writer.dek-d.com/jinjo4867/

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ